เครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
1.ระบบเครือข่ายคือ
ระบบเครือข่ายระบบหนึ่งอาจประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปใช้เพื่อแบ่งปันการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น เครื่องพิมพ์CD-ROM เป็นต้น เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือ ใช้งานไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมต่ออาจใช้สายเคเบิ้ล ระบบโทรศัพท์ คลื่นวิทยุ ระบบดาวเทียม หรือ ลำแสงอินฟาเรด ระบบเครือข่ายโดยทั่วไปมี 3 แบบ ดังนี้
-Local Area Network (LAN) เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดเล็ก ในพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก เช่นภายในห้อง สำนักงาน หรือ ในอาคาร
-Metropolitan Area Network (MAN) เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีขนาดทางภูมิศาสตร์ที่ใหญ่ขึ้นกว่า LAN เช่นการเชื่อม ต่อระบบระหว่างองค์กรในอำเภอหรือจังหวัด ข้อมูลสามารถถูกส่งผ่านระหว่างเครือข่ายได้ โดยการเชื่อมต่อผ่าน ระบบโทรศัพท์ สายโคแอกเชียลหรือระบบสื่อสารแบบไร้สาย
-Wide Area Networks (WANs) เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีขนาดทางภูมิศาสตร์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าแบบ MAN เช่นการเชื่อม ต่อระบบเครือข่ายในระดับจังหวัดกับจังหวัด หรือระหว่างประเทศ มักเป็นการเชื่อมต่อที่ใช้สายสัญญาณที่มีความเร็วสูงเพราะ ข้อมูลที่มักจะส่งเป็นข้อมูลจากเครือข่ายย่อยหลายๆส่วนถูกส่งผ่านไปยังเครือข่ายอื่นหรืออาจเป็นศูนย์แม่ข่าย
2.ลักษณะการต่อสาย ( LAN Topology )
ลักษณะการต่อสาย LAN หรือที่เรียกกันว่า topology โดยทั่วไปมี 3 แบบใหญ่ คือ
-แบบ STAR หรือเรียกว่าแบบดาว คือการต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อต่อที่เรียกว่า HUB การติดต่อระหว่างเครื่องจะใช้ HUB เป็นตัวกลาง
-แบบ BUS เป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ากับสายสัญาณหลักที่อยู่ตรงกลาง หรือ BUS การติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องทำได้โดยตรงโดยผ่าน BUS
-แบบ RING เป็นการเชื่อมต่อแบบร้อยต่อกันเป็นวงผ่านทุกเครื่องในระบบจนครบ การส่งผ่านข้อมูลต่อกันเป็นวงกลมจากต้นทางไปจนถึงปลายทางลักษณะการแบ่งการใช้สายสัญญาณ ( Media Access Control )การเชื่อมต่อกันของเครื่องในระบบ นั้นเป็นการใช้สายสัญญาณที่ต่อเชื่อมถึงกันจึงจำเป็นต้องมีการแบ่งเวลาในการใช้ สายสัญญาณ ( Cable ) เพื่อส่งข้อมูล เพื่อป้องกันการชนกันของข้อมูล โดทั่วไปมี 2 แบบดังนี้คือ
-CSMA/CD (Carrier Sense Multiple Access / Collision Detection) ลักษณะการทำงานคือ เครื่องที่จะส่งข้อมูลจะคอย ฟัง (carrier Detection) ว่าสายว่างหรือไม่ ถ้าว่างก็จะส่งข้อมูลออกไปถึงยังผู้รับ ถ้ามีการชนกันก็จะมีการส่งซ้ำอีกครั้งจนกว่าจะสำเร็จ มีการทำงานที่ไม่ซับซ้อนแต่มีข้อเสียในกรณีที่มีเครื่องในเครือข่ายมากขึ้นจะทำให้การส่งข้อมูลทำได้ช้าลงและโอกาสการชนกันของข้อมูลมีมากขึ้น
-Token-passing การทำงานอาศัยการส่งผ่านรหัส Token ตามลำดับเมื่อเครื่องใดได้รับ Token มาถ้าต้องการส่งข้อมูลก็สามารถส่งต่อไปได้สิ้นสุดการส่งด้วย token ปิดท้าย หากไม่ต้องการส่งข้อมูลก็ให้ส่งผ่าน Token วิธีการนี้ทำให้การส่งผ่านข้อมูลมีความน่าเชื่อถือสูง
3.มาตราฐานของ LAN
Ethernet (IEEE 802.3) ใช้บน topology แบบ BUS และแบบ Star ใช้หลักการการส่งข้อมูลแบบ CSMA/CD ที่ความเร็ว 10 Mbps หรือ 100 Mbps Fast Ethernet ( IEEE 802.3u ) ฮาร์ดแวร์ที่ใช้จะต้องรองรับแบบใดแบบหนึ่งหรือทั้งสองแบบ สำหรับ การเดินสายสัญญาณมีดังนี้
10Base2 - Ethernet specification for thin coaxial cable, transmits signals at 10 Mbps (megabits per second) with a distance limit of 185 meters per segment.
10Base5 - Ethernet specification for thick coaxial cable, transmits signals at 10 Mbps (megabits per second) with a distance limit of 500 meters per segment.
10BaseF - Ethernet specification for fiber optic cable, transmits signals at 10 Mbps (megabits per second) with a distance limit of 2000 meters per segment.
10BaseT - Ethernet specification for unshielded twisted pair cable (category 3, 4, or 5), transmits signals at 10 Mbps (megabits per second) with a distance limit of 100 meters per segment.
100BaseT - Ethernet specification for unshielded twisted pair cabling that is used to transmit data at 100
Mbps (megabits per second) with a distance limit of 100 meters per segment. 100BaseTX -Ethernet specification for unshielded twisted pair cabling that is used to transmit data at 1 Gbps (gigabits per second) with a distance limitation of 220 meters per segment. AUI Connector (Attachment Unit Interface) - A 15 pin connector found on Ethernet cards that can be used for attaching coaxial, fiber optic, or twisted pair cable.
-แบบ Arcnet ใช้การต่อสายแบบ star โดยใช้สายโคแอกเชียล เชื่อมต่อกับ HUB แบบArcnet อุปกรณ์ต่างๆราคาถูกกว่าแบบ Ethernet ใช้การทำงานแบบ token-passing แต่มีความเร็วที่ต่ำเพียง 2.5 Mbps จึงไม่เป็นที่นิยมใช้แล้ว
-แบบ Token-Ring (IEEE 802.5) พัฒนาขึ้นโดย IBM การเชื่อมต่อ(Topology) เป็นแบบ Ring ใช้การเชื่อมสายร้อยเป็นวงหรืออาจใช้การเชื่อมต่อโดยใช้ HUB ซึ่งเป็นแบบเฉพาะใช้ร่วมกับแบบอื่นไม่ได้ หรือเรียกว่า Media Access Unit (MAU) มีความเร็วในการส่งรับข้อมูล 4 Mbps และ 16 Mbps
ปัจจุบันนี้ระบบเน็ตเวิร์ก หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์และองค์กร และสถาบันการศึกษาไปแล้ว การใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ทั้งไฟล์ เครื่องพิมพ์ การส่ง E-mail ภายในองค์กรหรือ ระบบอินทราเน็ต การเชื่อมต่อระยะไกลด้วยระบบ Remote Access การประชุมผ่านวีดีโอ (Video Conference) สิ่งเหล่านี่ต้องใช้ระบบเน็ทเวิร์กเป็นพื้นฐานในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกันทั้งสิ้น ระบบเน็ทเวิร์กจะหมายถึงการนำคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องขึ้นไปมาเชื่อมต่อกัน เพื่อที่จะทำการแชร์ข้อมูล และทรัพยากรร่วมกัน ระบบเน็ทเวิร์กสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ด้วยกันคือ
1. LAN ( Local Area Network )คือเครือข่ายเฉพาะกลุ่มที่มีขนาดเล็กๆ หรือระยะทำการไม่ไกลนัก เช่นเครือข่ายภายในออฟฟิศหรือสำนักงาน มีระยะทำการใกล้ๆ และมักเชื่อมต่อกันด้วยความเร็วสูง เครือข่ายนี่ยังถูกนำมาใช้เป็นเครือชข่ายในบ้านอีกด้วย
2. MAN ( Metropolitan Area Network )ระบบเครือข่ายระดับเมือง เป็นเน็ทเวิร์กที่ต้องใช้โครงข่ายของการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อสื่อสาร กันในเมืองหรือในระดับ LAN to LAN
3. WAN (Wide Area Network )เป็นเครือข่ายสำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายย่อยๆ หรือเครือข่ายคนละชนิดที่อยู่ห่างไกลกันมากๆ เช่น คนละจังหวัด หรือคนละประเทศเข้าด้วยกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือเครือข่ายที่เรียกว่า "อินเตอร์เน็ท" นั้นเอง จะต้องใช้มีเดีย( Media ) ในการสื่อสารขององร์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย (คู่สายโทรศัพท์ dial-up line/ คู่สายเช่า leased line/ISDN* )(* Integrated Service Digital Network สามารถส่งข้อมูลให้ทั้งข้อมูลเสียงและภาพ ในเวลาเดียวกัน)
4.โครงสร้างของระบบเครือข่าย ภาษาเทคนิคเรียกว่า(Topology) เป็นลักษณะการเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างเครืองคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย ซึ่งแบ่งออกตามหลักวิชาการตั้งแต่สมัยก่อนนั้น แบ่งได้เป็น 4 แบบ คือ
โครงสร้างแบบบัส (Bus Topology)
โครงสร้างแบบสตาร์ (Star Topology)
โครงสร้างแบบวงแหวน (Ring Topology)
โครงสร้างแบบผสม (Hybrid Topology
1. โครงสร้างแบบบัส (Bus Network) ลักษณะการเชื่อมต่อแบบนี้จะเป็นแบบอนุกรม โดยใช้สายเคเบิลเส้นเดียว ลากต่อกันไป ทำให้โครงสร้างแบบนี้มีจุดอ่อนก็คือเมื่อคอมพิวเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหากับสายเคเบิล ก็จะทำให้เครื่องรวนไปทั้งระบบ ข้อดีของโครงสร้างแบบนี้ก็คือไม่ต้องมีอุปกรณ์อย่างเช่น ฮับ/สวิทช์ ใช้สายเพียงเส้นเดียวก็เพียงพอแล้ว โครงสร้างแบบนี้จึงเหมาะกับเครือข่ายที่มีขนาดเล็กที่มีจำนวนเครื่องไม่มาก และในปัจจุบันไม่นิยมใช้กันแล้ว เนื่องจากไม่ได้มีการพัฒนาอะไรเพิ่มเติมเลย ความเร็วก็เพียง 10 Mbps
2. โครงสร้างแบบสตาร์ (Star Network) ลักษณะการเชื่อมต่อของโครงสร้างแบบสตาร์นี้ ดูไปแล้วจะคล้ายๆ ดาวกระจาย คือจะมีอุปกรณ์เช่น ฮับ หรือสวิทช์ เป็นศูนย์กลาง ซึ่งการเชื่อมต่อแบบี้มีประโยชน์คือ ถ้ามีสายเส้นใดเส้นหนึ่งหลุดหรือเสียก็จะไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของระบบ นอกจากนี้ถ้าหากเราเพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าไปอีกในเครือข่ายก็สามารถทำได้ทันที การต่อแบบนี้เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้เป็นศูนย์กลางคือ ฮับ/สวิทช์ ราคาได้ถูกลงอย่างมากแล้วในขณะที่ประสิทธิภาพก็ได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนในปัจจุบันเป็นความเร็วขนาดกิกาบิตแล้ว
3. โครงสร้างแบบริง (Ring Network) ลักษณะการเชื่อมต่อจะเป็นลักษณะวงแหวน การส่งข้อมูลจะเป็นแบบทิศทางเดียว ซึ่งถ้าส่งไปแล้วไม่ตรงกับคอมพิวเตอร์เครื่องรับตามที่เครื่องต้นทางระบุมา ก็จะส่งไปยังเครื่องถัดไป จนกว่าจะถึงปลายทางคือตรงกับเครื่องใครก็จะรับ ไม่ส่งต่อ จุดอ่อนของระบบก็คล้ายๆแบบบัส ปัจจุบันผมยังเห็นใช้อยู่ในธนาคาร พวก Mainfram IBM AS/400 เป็นต้น
4. โครงสร้างแบบผสม (Hybird Network) ลักษณะสุดท้ายของของโครงสร้างแบบนี้ก็คือการนำเครือข่ายๆ ย่อยๆ ที่มีโครงข่ายตามแบบที่ผมกล่าวข้างต้นทั้ง สามแบบมารวมกัน หรือ เชื่อมต่อกันให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ลักษณะแบบนี้ยังมีชื่อเรียกเฉพาะอีกด้วย เช่น โครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree หรือ Hierachical หรือ Mesh) ก็คือเครือข่ายผสมที่เกิดจากการนำเอาเครือข่ายที่มีโครงสร้างแบบบัสและแบบสตาร์มาผสมกัน หรือโครงสร้างแบบไร้รูปแบบ (Mesh) ซึ้งก็คือโครงสร้างแบบสตาร์ผสมกับบัสที่เชื่อมต่อกันแบบไม่มีโครงสร้างแน่นอน
5. โครงสร้างเครือข่ายแบบไร้สาย(Wireless Network) ที่กล่าวมาทั้งหมดเกี่ยวกับโครงข่ายข้างต้นนั้น เป็นโครงสร้างที่ใช้กันสำหรับเครือข่ายแบบใช้สายแต่เนื่องจากปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีเครือข่ายแบบใหม่เกิดขึ้นมา ที่เรียกว่าเครือข่ายแบบไร้สาย(Wireless) จะใช้คลื่นวิทยุในการรับส่งข้อมูล จึงทำให้แตกต่างกันออกไป และโครงสร้างแบบนี้ได้แบ่งเป็น 2 แบบ คือ Peer-to-Peer และ Client Server นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือหรือ Cellular Network ซึ่งจัดอยู่ในรูปแบบโครงสร้างแบบไร้สายด้วย ลักษณะจะคล้ายๆเป็นรูปรังผึ้ง
แหล่งที่มา
เข้าถึงได้จากDynamic Host Configuration Protocol - วิกิพีเดียDynamic Host Configuration Protocol (DHCP) หรือ (DHCPv6) เป็นโปรโตคอลที่ใช้ใน เ ครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแบบแม่ข่าย-ลูกข่าย
แบบทดสอบ
1.การต่อสาย lanแบบ STAR หรือเรียกว่าแบบดาว มีละกษณะการต่อแบบใดต่อไปนี้
ก.การต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อต่อที่เรียกว่า HUB
ข.เป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ากับสายสัญาณหลักที่อยู่ตรงกลาง
ค.เป็นการเชื่อมต่อแบบร้อยต่อกันเป็นวงผ่านทุกเครื่องในระบบจนครบ
2. โครงสร้างของระบบเครือข่ายทั้งหมดมีกี่แบบ
ก. 2แบบ
ข. 3แบบ
ค. 4แบบ
ง. 5แบบ
3.โครงสร้างแบบบัส (Bus Network)มีลักษณะอย่างไร
ก.การเชื่อมต่อจะเป็นแบบอนุกรม โดยใช้สายเคเบิลเส้นเดียว ลากต่อกันไป
ข.เป็น การเชื่อมต่อคล้ายๆดาวกระจายคือจะมีอุปกรณ์เช่น ฮับ หรือสวิทช์ เป็นศูนย์กลาง
ค.เป็นการเชื่อมต่อกันให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
ง.เป็นการเชื่อมต่อที่ใช้คลื่นวิทยุในการรับส่งข้อมูล
4. โครงสร้างแบบริง (Ring Network) ลักษณะการเชื่อมต่อจะเป็นลักษณะใด
ก.แบบวงกลม
ข.แบบทวนเข็มนาฬิกา
ค.แบบตรง
ง.แบบวงแหวน
5.MAN ( Metropolitan Area Network )เป็นเครือข่ายระดับใด
ก.ระดับจังหวัด
ข.ระดับองค์กร
ค.ระดับเมือง
ง.ระดับประเทศ
6.WAN (Wide Area Network )เป็นเครือข่ายระดับใด
ก.ระดับองค์กร
ข.ระดับจังหวัด
ค.ระดับเมือง
ง.ระดับจังหวัดและระดับประเทศ
7.ระบบเครือข่ายระบบหนึ่งอาจประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่กี่เครื่องขึ้นไป
ก.1 เครื่อง
ข.2 เครือง
ค.3 เครื่อง
ง. 5 เครื่อง
8.ระบบเครือข่ายโดยทั่วไปมี 3 แบบ ดังนี้ยกเนข้อใด
ก. Local Area Network (LAN)
ข. Metropolitan Area Network (MAN)
ค. Wide Area Networks (WANs)
ง. Token-passing (NAN)
9.Local Area Network (LAN) เป็นการเชื่อมแบบใดต่อไปนี้
ก.เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดเล็ก ในพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก
ข.เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีขนาดทางภูมิศาสตร์ที่ใหญ่ขึ้นกว่า LAN
ค.เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีขนาดทางภูมิศาสตร์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าแบบ MAN
10.ลักษณะการต่อสาย LAN หรือที่เรียกกันว่า topology โดยทั่วไปมี กี่แบบ
ก. 2แบบ
ข.3แบบ
ค.4แบบ
ง.5แบบ
เฉลย
1.ก 2.ค 3.ก 4.ง 5.ค 6. ง 7.ข 8.ง 9.ค 10.ข
วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
IP Address
IP Address
1.IP Address คือหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด เช่น 192.168.100.1 หรือ 172.16.10.1 เป็นต้น
มาตรฐานของ IP Address ปัจจุบันเป็นมาตรฐาน version 4 หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า IPv4 ซึ่งงกำหนดให้ ip address มีทั้งหมด32 bit หรือ 4 byte แต่ล่ะ byte จะถูกคั่นด้วยจุด (.) ภายในหมายเลขที่เราเห็นยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้
1. Network Address หรือ Subnet Address
2. Host Address
บนเครื่อง computer ที่ใช้ TCP/IP Protocol จะมีหมายเลข IP Address กำกับอยู่ address นี้ เป็นอยู่ใน Layer 3 ของ OSI model ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (Logical address) และบนเครื่อง computerไม่ว่าจะใช้ Protocol ใด ๆ ก็ตามจะต้องมีหมายเลข ที่เรียกว่า MAC Address ประจำอยุ่ที่ Network card เสมอ MAC Address นี้เป็น Hardware Address ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เว้นแต่จะเปลี่ยน Network cardClass ของแต่่ะ IP Address
Class D
Class นี้จะไม่ถูกนำมาใช้กำหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่จะถูกใช้สำหรับการส่งข้อมูลแบบ Multicastของบาง Application Multicast คือ เป็นการส่งจากเครื่องต้นทางหนึ่งไปยัง กลุ่ม ของเครื่องปลายทางอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ใช่ ทุกเครืองใน Network Segment นั่น ๆ
Class E
Class นี้เป็น Address ที่ถูกสงวนไว้ก่อน ยังไม่ถูกใช้งานจริง ๆ วิธีสังเกต ว่า IP Address นี้อยู่ Class อะไร• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 1-126 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class A (IP address 127 นั่น จะเป็น Loopback Address ของ Class นี้น่ะครับหรือ ของคอมท่านเอง )• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 128-191 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class B• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 192-223 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class C• ส่วน 224 ขึ้นไปจะเป็น Multicast Address ที่กล่าวไว้ข้างต้นส่วน IPv6. สามารถตามมาดูข้อมูลได้ที่นี้น่ะครับ Download : IPv6 Pdf file ได้ตรงนี้ครับ (Version ภาษาไทยด้วย
3.รูปแบบของ IP
addressรูปแบบของ IP address นั้นเป็นตัวเลขล้วน( มีขนาด 32 บิต) เวลาเขียน IP address แต่ละตัวจะเขียนแทนด้วยเลขฐานสิบ โดยแบ่งเลขฐานสิบที่เขียนออกมาเป็นสี่ส่วน แต่ละส่วนคั่นด้วยจุด ดังตัวอย่าง161.200.48.9
แต่ละส่วนจะต้องมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 255 เกินกว่านั้นไม่ได้ แอดเดรสในตัวอย่างนี้เป็นแอดเดรสของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคณะอักษรศาสตร์เครื่องหนึ่ง ( ซึ่งเครื่องนี้ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์) แอดเดรสนี้ท่านไม่สามารถกำหนดได้ตามใจชอบ เพราะถ้ากำหนดได้ตามใจชอบจะทำให้มีแอดเดรสซ้ำกัน (คือ อาจมีคอมพิวเตอร์สองเครื่องมีหมายเลขเดียวกัน ทำให้แยกไม่ออกว่าเป็นเครื่องไหน)หน่วยงาน Internet Network Information Center (InterNic) ขององค์กร Network Solution
Incorpaoration (NSI) ที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนดหรือให้ IP address เมื่อหน่วยงานใดได้นำคอมพิวเตอร์หรือเน็ตเวิร์กต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตแล้วต้องทำการขอ IP address แต่ไม่จำเป็นต้องขอโดยตรงกับ InterNic ก็ได้ มีหน่วยงานที่รับ IP address จาก InterNic มา แล้วมาทำหน้าให้ IP address เช่น หน่วยงานประเภท ISP ให้ IP address แก่ผู้ที่เป็นสมาชิกยกตัวอย่างในกรณีของจุฬาฯ ได้รับแอดเดรสจาก InterNic มาจำนวนหนึ่งประมาณหกหมื่นกว่าหมายเลข แอดเดรสของจุฬามีค่าระหว่าง 161.200.0.0 ถึง 161.200.255.255 ChulaNet ซึ่งเป็นผู้ดูแลเน็ตเวิร์กของจุฬา ฯเป็นผู้คอยกำหนดแอดเดรสให้แก่คอมพิวเตอร์ในเน็ตเวิร์กของจุฬา ฯ กล่าวคือถ้าอยู่ในจุฬาฯ ให้ขอ IP address จาก ChulaNet
การอ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ตามต้องใช้แอดเดรสในการอ้างอิง ดังนั้นท่านต้องทราบแอดเดรสของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการติดต่อก่อน ท่านจึงจะสามารถติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์นั้นได้ เงื่อนไขนี้ทำให้เกิดปัญหาในการใช้อินเตอร์เน็ต เพราะว่าแอดเดรสที่ว่านี้เป็นตัวเลขล้วนทำให้ยากต่อการจดจำและใช้งาน และแอดเดรสตัวเลขยังไม่สื่อความหมายอีกด้วย แต่ถ้าใช้แอดเดรสที่เป็นชื่อในการอ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์จะสะดวกกว่า และง่ายต่อการจดจำ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนี้จึงได้มีการพัฒนา Domain name system ขึ้นมา
Domain Name System
Domain Name System เป็นกลไกที่ทำให้สามารถใช้แอดเดรสที่เป็นชื่อในการอ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์หรือติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องใช้แอดเดรสที่เป็นตัวเลขยกตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีแอดเดรสที่เป็นตัวเลขคือ 161.200.48.9 เวลาติดต่อกับคอมพิวเตอร์นี้ท่านต้องระบุด้วยแอดเดรสตัวเลขเสมอ แต่เมื่อมีการใช้ Domain Name System ก็จะมีการกำหนดแอดเดรสที่เป็นชื่อให้แก่คอมพิวเตอร์ ในที่นี้ก็กำหนดเป็นชื่อ www.arts.chula.ac.th ต่อไปเมื่อท่านต้องการติดต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ท่านก็ใช้ชื่อ www.arts.chula.ac.th ในการติดต่อได้ หรือจะแอดเดรสที่เป็นตัวเลขคือ 161.200.48.9 ในการติดต่อก็ได้ คือได้ทั้งสองอย่างโครงสร้างชื่อของ Domain Name System เป็นระบบแบบลำดับชั้น (hierachical structure) กล่าวคือระบบนี้ทำการแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มเรียกว่าโดเมน(Domain) ในแต่ละโดเมนก็แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยได้หรือที่เรียกว่า sub domain และในแต่ละกลุ่มย่อยก็สามารถแบ่งต่อออกไปเป็นกลุ่มย่อยได้อีกจนกว่าจะพอใจตัวอย่างชื่อโดเมนในระดับบนสุด
com หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานประเภทธุรกิจหรือหน่วยงานเอกชน
gov หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานภาครัฐบาล
edu หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานการศึกษา
org หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานหรือองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร
net หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานที่เป็น network operator หรือ provider ต่าง ๆถ้าชื่อโดเมนในระดับบนสุดยาวแค่สองหลักหมายถึงประเทศ เช่น
th หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย
us หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาตัวอย่างชื่อโดเมน เช่น คอมพิวเตอร์ของทีวีช่อง 5 ที่ให้บริการด้าน web มีชื่อว่า www.tv5.co.th ซึ่งมีความหมายดังนี้th หมายถึงคอมพิวเตอร์นี้อยู่ในโดเมนประเทศไทย
co หมายถึงคอมพิวเตอร์นี้อยู่ในซับโดเมนธุรกิจ (แต่ต้องอยู่ในประเทศไทย)www.tv5 หมายถึงคอมพิวเตอร์นี้ชื่อ www.tv5ตัวอย่างชื่อโดเมน เช่น คอมพิวเตอร์ของทีวีช่อง 7 ที่ให้บริการด้าน web มีชื่อว่า www.ch7.com ซึ่งมีความหมายดังนี้com หมายถึงคอมพิวเตอร์นี้อยู่ในโดเมนธุรกิจ
แหล่งที่มา
http://www.ipv6.nectec.or.th/articles.php
http://www.ipv6forum.com/
http://www.compspot.net/index.php?option=com_content&task=view&id=94&Itemid=46
http://www.it-guides.com/nets/net_104.html
แบบฝึกหัด
1.หมายเลข subnet mask ของ class A คือเท่าไร
ก.255.225.0.0
ข.255.255.0.0
ค.255.0.0.0
ง.255.255.255.0
2.หมายเลข subnet mask ของ class B คือเท่าไร
ก. 255.225.0.0
ข. 255.255.0.0
ค. 255.255.225.0
ง. 255.255.255.0
3.หมายเลข subnet mask ของ class c คือเท่าไร
ก.255.0.0.0
ข.255.255.0.0
ค.255.255.255.0
ง.255.255.255.255
4.หมายเลข netและ host ของ class A คืออะไร
ก.H.N.N.N
ข.N.N.N.H
ค.N.H.H.H
ง.N.N.H.H
5.หมายเลข netและ host ของ class c คืออะไร
ก.N.N.N.H
ข.N.N.H.H
ค.H.N.N.N
ง.N.H.H.H
6.IP Address คืออะไร
ก.หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์
ข.หมายเลขของระบบ LAN
ค.หมายเลขของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ง.หมายเลข server
7.หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลขกี่ชุด
ก. 2ชุด
ข. 3ชุด
ค. 4ชุด
ง. 5ชุด
8.IPv4 มีกี่บิต
ก. 16 บิต
ข. 32 บิต
ค. 64 บิต
ง.128 บิต
9.หมายเลข IP Address ของ class c เริ่มจากหมายเลขใด
ก. 191-223
ข. 191-333
ค. 192-223
ง. 192-240
10.หมายเลข IP Address ของ class B เริ่มจากหมายเลขใด
ก.126-192
ข.126-193
ค.127-191
ง.128-191
เฉลย
1.ค 2.ข 3.ค 4. ค 5.ก 6.ก 7.ค 8.ข 9.ค10.ง
1.IP Address คือหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด เช่น 192.168.100.1 หรือ 172.16.10.1 เป็นต้น
มาตรฐานของ IP Address ปัจจุบันเป็นมาตรฐาน version 4 หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า IPv4 ซึ่งงกำหนดให้ ip address มีทั้งหมด32 bit หรือ 4 byte แต่ล่ะ byte จะถูกคั่นด้วยจุด (.) ภายในหมายเลขที่เราเห็นยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้
1. Network Address หรือ Subnet Address
2. Host Address
บนเครื่อง computer ที่ใช้ TCP/IP Protocol จะมีหมายเลข IP Address กำกับอยู่ address นี้ เป็นอยู่ใน Layer 3 ของ OSI model ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (Logical address) และบนเครื่อง computerไม่ว่าจะใช้ Protocol ใด ๆ ก็ตามจะต้องมีหมายเลข ที่เรียกว่า MAC Address ประจำอยุ่ที่ Network card เสมอ MAC Address นี้เป็น Hardware Address ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เว้นแต่จะเปลี่ยน Network cardClass ของแต่่ะ IP Address
Class D
Class นี้จะไม่ถูกนำมาใช้กำหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่จะถูกใช้สำหรับการส่งข้อมูลแบบ Multicastของบาง Application Multicast คือ เป็นการส่งจากเครื่องต้นทางหนึ่งไปยัง กลุ่ม ของเครื่องปลายทางอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ใช่ ทุกเครืองใน Network Segment นั่น ๆ
Class E
Class นี้เป็น Address ที่ถูกสงวนไว้ก่อน ยังไม่ถูกใช้งานจริง ๆ วิธีสังเกต ว่า IP Address นี้อยู่ Class อะไร• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 1-126 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class A (IP address 127 นั่น จะเป็น Loopback Address ของ Class นี้น่ะครับหรือ ของคอมท่านเอง )• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 128-191 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class B• ถ้า Byte แรก ซ้ายสุดเป็น ตัวเลข 192-223 แสดงว่าเป็นหมายเลข IP Address ที่อยุ่ใน Class C• ส่วน 224 ขึ้นไปจะเป็น Multicast Address ที่กล่าวไว้ข้างต้นส่วน IPv6. สามารถตามมาดูข้อมูลได้ที่นี้น่ะครับ Download : IPv6 Pdf file ได้ตรงนี้ครับ (Version ภาษาไทยด้วย
3.รูปแบบของ IP
addressรูปแบบของ IP address นั้นเป็นตัวเลขล้วน( มีขนาด 32 บิต) เวลาเขียน IP address แต่ละตัวจะเขียนแทนด้วยเลขฐานสิบ โดยแบ่งเลขฐานสิบที่เขียนออกมาเป็นสี่ส่วน แต่ละส่วนคั่นด้วยจุด ดังตัวอย่าง161.200.48.9
แต่ละส่วนจะต้องมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 255 เกินกว่านั้นไม่ได้ แอดเดรสในตัวอย่างนี้เป็นแอดเดรสของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคณะอักษรศาสตร์เครื่องหนึ่ง ( ซึ่งเครื่องนี้ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์) แอดเดรสนี้ท่านไม่สามารถกำหนดได้ตามใจชอบ เพราะถ้ากำหนดได้ตามใจชอบจะทำให้มีแอดเดรสซ้ำกัน (คือ อาจมีคอมพิวเตอร์สองเครื่องมีหมายเลขเดียวกัน ทำให้แยกไม่ออกว่าเป็นเครื่องไหน)หน่วยงาน Internet Network Information Center (InterNic) ขององค์กร Network Solution
Incorpaoration (NSI) ที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนดหรือให้ IP address เมื่อหน่วยงานใดได้นำคอมพิวเตอร์หรือเน็ตเวิร์กต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ตแล้วต้องทำการขอ IP address แต่ไม่จำเป็นต้องขอโดยตรงกับ InterNic ก็ได้ มีหน่วยงานที่รับ IP address จาก InterNic มา แล้วมาทำหน้าให้ IP address เช่น หน่วยงานประเภท ISP ให้ IP address แก่ผู้ที่เป็นสมาชิกยกตัวอย่างในกรณีของจุฬาฯ ได้รับแอดเดรสจาก InterNic มาจำนวนหนึ่งประมาณหกหมื่นกว่าหมายเลข แอดเดรสของจุฬามีค่าระหว่าง 161.200.0.0 ถึง 161.200.255.255 ChulaNet ซึ่งเป็นผู้ดูแลเน็ตเวิร์กของจุฬา ฯเป็นผู้คอยกำหนดแอดเดรสให้แก่คอมพิวเตอร์ในเน็ตเวิร์กของจุฬา ฯ กล่าวคือถ้าอยู่ในจุฬาฯ ให้ขอ IP address จาก ChulaNet
การอ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ตามต้องใช้แอดเดรสในการอ้างอิง ดังนั้นท่านต้องทราบแอดเดรสของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการติดต่อก่อน ท่านจึงจะสามารถติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์นั้นได้ เงื่อนไขนี้ทำให้เกิดปัญหาในการใช้อินเตอร์เน็ต เพราะว่าแอดเดรสที่ว่านี้เป็นตัวเลขล้วนทำให้ยากต่อการจดจำและใช้งาน และแอดเดรสตัวเลขยังไม่สื่อความหมายอีกด้วย แต่ถ้าใช้แอดเดรสที่เป็นชื่อในการอ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์จะสะดวกกว่า และง่ายต่อการจดจำ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนี้จึงได้มีการพัฒนา Domain name system ขึ้นมา
Domain Name System
Domain Name System เป็นกลไกที่ทำให้สามารถใช้แอดเดรสที่เป็นชื่อในการอ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์หรือติดต่อสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องใช้แอดเดรสที่เป็นตัวเลขยกตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีแอดเดรสที่เป็นตัวเลขคือ 161.200.48.9 เวลาติดต่อกับคอมพิวเตอร์นี้ท่านต้องระบุด้วยแอดเดรสตัวเลขเสมอ แต่เมื่อมีการใช้ Domain Name System ก็จะมีการกำหนดแอดเดรสที่เป็นชื่อให้แก่คอมพิวเตอร์ ในที่นี้ก็กำหนดเป็นชื่อ www.arts.chula.ac.th ต่อไปเมื่อท่านต้องการติดต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ท่านก็ใช้ชื่อ www.arts.chula.ac.th ในการติดต่อได้ หรือจะแอดเดรสที่เป็นตัวเลขคือ 161.200.48.9 ในการติดต่อก็ได้ คือได้ทั้งสองอย่างโครงสร้างชื่อของ Domain Name System เป็นระบบแบบลำดับชั้น (hierachical structure) กล่าวคือระบบนี้ทำการแบ่งคอมพิวเตอร์ออกเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มเรียกว่าโดเมน(Domain) ในแต่ละโดเมนก็แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยได้หรือที่เรียกว่า sub domain และในแต่ละกลุ่มย่อยก็สามารถแบ่งต่อออกไปเป็นกลุ่มย่อยได้อีกจนกว่าจะพอใจตัวอย่างชื่อโดเมนในระดับบนสุด
com หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานประเภทธุรกิจหรือหน่วยงานเอกชน
gov หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานภาครัฐบาล
edu หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานการศึกษา
org หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานหรือองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร
net หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานที่เป็น network operator หรือ provider ต่าง ๆถ้าชื่อโดเมนในระดับบนสุดยาวแค่สองหลักหมายถึงประเทศ เช่น
th หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย
us หมายถึงกลุ่มคอมพิวเตอร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาตัวอย่างชื่อโดเมน เช่น คอมพิวเตอร์ของทีวีช่อง 5 ที่ให้บริการด้าน web มีชื่อว่า www.tv5.co.th ซึ่งมีความหมายดังนี้th หมายถึงคอมพิวเตอร์นี้อยู่ในโดเมนประเทศไทย
co หมายถึงคอมพิวเตอร์นี้อยู่ในซับโดเมนธุรกิจ (แต่ต้องอยู่ในประเทศไทย)www.tv5 หมายถึงคอมพิวเตอร์นี้ชื่อ www.tv5ตัวอย่างชื่อโดเมน เช่น คอมพิวเตอร์ของทีวีช่อง 7 ที่ให้บริการด้าน web มีชื่อว่า www.ch7.com ซึ่งมีความหมายดังนี้com หมายถึงคอมพิวเตอร์นี้อยู่ในโดเมนธุรกิจ
แหล่งที่มา
http://www.ipv6.nectec.or.th/articles.php
http://www.ipv6forum.com/
http://www.compspot.net/index.php?option=com_content&task=view&id=94&Itemid=46
http://www.it-guides.com/nets/net_104.html
แบบฝึกหัด
1.หมายเลข subnet mask ของ class A คือเท่าไร
ก.255.225.0.0
ข.255.255.0.0
ค.255.0.0.0
ง.255.255.255.0
2.หมายเลข subnet mask ของ class B คือเท่าไร
ก. 255.225.0.0
ข. 255.255.0.0
ค. 255.255.225.0
ง. 255.255.255.0
3.หมายเลข subnet mask ของ class c คือเท่าไร
ก.255.0.0.0
ข.255.255.0.0
ค.255.255.255.0
ง.255.255.255.255
4.หมายเลข netและ host ของ class A คืออะไร
ก.H.N.N.N
ข.N.N.N.H
ค.N.H.H.H
ง.N.N.H.H
5.หมายเลข netและ host ของ class c คืออะไร
ก.N.N.N.H
ข.N.N.H.H
ค.H.N.N.N
ง.N.H.H.H
6.IP Address คืออะไร
ก.หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์
ข.หมายเลขของระบบ LAN
ค.หมายเลขของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ง.หมายเลข server
7.หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลขกี่ชุด
ก. 2ชุด
ข. 3ชุด
ค. 4ชุด
ง. 5ชุด
8.IPv4 มีกี่บิต
ก. 16 บิต
ข. 32 บิต
ค. 64 บิต
ง.128 บิต
9.หมายเลข IP Address ของ class c เริ่มจากหมายเลขใด
ก. 191-223
ข. 191-333
ค. 192-223
ง. 192-240
10.หมายเลข IP Address ของ class B เริ่มจากหมายเลขใด
ก.126-192
ข.126-193
ค.127-191
ง.128-191
เฉลย
1.ค 2.ข 3.ค 4. ค 5.ก 6.ก 7.ค 8.ข 9.ค10.ง
Windows Server 2003
Windows Server 2003
วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 (Windows Server 2003)เป็นระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์จากไมโครซอฟท์ เป็นรุ่นที่ถัดจากวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2000 วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 ได้ออกวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งนับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Windows Server System ภาพรวมวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์เป็นระบบปฏิบัติการแรกที่ออกมาหลังจากไมโครซอฟท์ประกาศแนวทาง Trustworthy Computing จึงเป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องความปลอดภัย โดยเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก เช่นหลังจากการตั้งแต่ติดตั้งเสร็จนั้น ไม่มีส่วนประกอบเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดการใช้งานเพื่อลดช่องทางโจมตีตั้งแต่แรกเริ่ม และได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากใน IIS 6.0 โดยเกือบเขียนขึ้นมาใหม่หมด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยประสิทธิภาพการทำงานในปีพ.ศ. 2548 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศ วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ "ลองฮอร์น" ซึ่งจะเป็นรุ่นต่อจากวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 โดยมีกำหนดการที่จะออกครึ่งปีแรกใน พ.ศ. 2550วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ได้แบ่งเป็นรุ่นดังนี้:
Windows Small Business Server 2003
Windows Server 2003 Web Edition
Windows Server 2003 Standard Edition
Windows Server 2003 Enterprise Edition
Windows Server 2003 Datacenter Edition
Windows Compute Cluster Server 2003
Microsoft Windows Server 2003
Windows Server 2003 คือแพล็ตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มประสิทธิผลให้กับผู้ใช้ ให้มุมมองใหม่ของข่าวสารทางธุรกิจที่สำคัญต่อผู้ใช้ เพื่อจะสามารถทำงานร่วมกัน จัดการ และตอบสนองความเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งการแข่งขันได้ดีขึ้น ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows Server 2003 ทำให้งานด้าน IT มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมกับช่วยลดค่าใช้จ่าย สำหรับเครือข่ายขนาดเล็ก จนถึงศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows Server 2003 สามารถช่วยให้:
*ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
*แอพพลิเคชั่นได้รับการพัฒนา, นำไปใช้ และทำงานได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น
*เพิ่มผลการทำงานให้กับทุกส่วนขององค์กร
10 อันดับสุดยอดคุณลักษณะเด่นของ Windows Server 2003 สำหรับองค์กรต่างๆ ที่ได้รับจากการอัพเกรดระบบคอมพิวเตอร์จาก Windows NT Server 4.0
นอกเหนือไปจากคำสัญญาของเราในอันที่จะจัดหา Windows Server ที่มีความเร็วที่สุด เชื่อถือได้มากที่สุด และมีความปลอดภัยที่สุดแล้ว Windows Server 2003 ยังรวมฟังก์ชั่นการทำงานของระบบที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาบริการเว็บที่ชื่อว่า XML และโซลูชั่นเชิงธุรกิจ ซึ่งมีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และต่อไปนี้คือลักษณะการทำงานใหม่ที่ได้รับการปรับปรุง เพื่อให้องค์กรใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาอัพเกรดจากระบบ Microsoft Windows NT Server 4.0
1.Active Directory: เพื่อการบริหารข้อมูลผู้ใช้บนเครือข่ายที่มีความซับซ้อนที่ดีขึ้น
บริการ Microsoft Active Directory จะช่วยให้การจัดการสารบบเครือข่ายที่วุ่นวายซับซ้อนให้สามารถทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหา ส่วนประกอบหรือข้อมูลใดๆ ที่แม้จะเก็บอยู่ในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
ระบบนี้สามารถรองรับได้หลากหลายขนาดขององค์กร ซึ่งถูกสร้างโดยอาศัยมาตรฐานทางด้านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต และรวมทั้งยังรองรับระบบปฏิบัติการได้ทั้ง Windows Server 2003 Standard Edition, Windows Server 2003 Enterprise Edition และ Windows Server 2003 Datacenter Edition Windows Server 2003 ยังได้มีการปรับปรุง Active Directory ให้มีความง่ายต่อการใช้งานมากขึ้นและมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มขึ้น รวมทั้งการสร้าง Trusts ข้ามกันระหว่าง Forest, ความสามารถในการเปลี่ยนชื่อของ Domain, และความสามารถในการยับยั้งการใช้งาน attributes และ class ภายใน schema เพื่อให้สามารถเปลี่ยนคำนิยามของคุณสมบัติเหล่านั้นได้
2.Group Policy: Group Policy Management Console: สร้างนโยบายรวมศูนย์เพื่อบริหารการใช้ซอฟท์แวร์ของทั้งเครือข่ายที่ดีและปลอดภัยขึ้นผู้จัดการระบบสามารถใช้ Group Policy เพื่อกำหนดค่าต่างๆและกำหนดสิทธิ์ให้กับทั้งตัวผู้ใช้งานและเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อแตกต่างระหว่าง Group Policy และ local policy คือผู้จัดการระบบสามารถใช้ Group Policy เพื่อกำหนดนโยบายที่จะใช้ร่วมกันระหว่าง site ที่ตั้ง โดเมน หรือหน่วยที่รวบรวมขึ้นใน active directory ได้ การจัดการแบบใช้นโยบายเป็นหลักนี้ จะช่วยทำให้งานต่างๆ ดังต่อไปนี้ทำได้ง่ายขึ้น : การปรับปรุงระบบ การติดตั้งโปรแกรม ข้อมูลของผู้ใช้งาน และ desktop-system lockdown
Group Policy Management Console (GPMC) ซึ่งเป็นส่วนเพิ่มเติมในวินโดวส์ 2003 นั้นจะช่วยให้เกิดรูปแบบการทำงานใหม่ในการจัดการ Group Policy กล่าวคือทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ระบบ Group Policy ได้ง่ายขึ้น และจะมีประโยชน์ในแง่ที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ Active directory ได้ดียิ่งขึ้น และยังนำข้อดีของการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมาช่วยพัฒนาองค์กรได้อีกด้วย
3.ประสิทธิภาพการทำงานของ Server (Server Performance): อย่างน้อย 2 เท่าจาก Windows NT Server 4.0
จากผลการทดสอบบน Windows Server 2003 ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีมากยิ่งกว่าเวอร์ชั่นเก่าๆ ที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น ไฟล์ข้อมูล และ Web Server มีความเร็วในการทำงานเป็นสองเท่าของ Windows NT Server 4.0 และขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรของคุณ มีความแตกต่างกันในแต่ละหน่อยงาน เนื่องจากการกำหนดค่าต่างๆ ของ Network และคอมพิวเตอร์หลากหลายแบบ ทางไมโครซอฟท์เชื่อมั่นว่าการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของ Windows Server 2003 จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
4.การกู้ข้อมูลคืน โดยใช้เครื่องมือ Volume Shadow Copy: เพื่อบริหารการลบและกู้คืนไฟล์ที่ดีขึ้น
คุณลักษณะเด่นนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในบริการ Volume Shadow Copy Service ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้จัดการระบบสามารถปรับแต่งโปรแกรมเพื่อให้ระบบสามารถ copy ข้อมูลที่มีความสำคัญต่อองค์กรได้ในทันที โดยที่ไม่มีการขัดจังหวะจากการหยุดทำงานของระบบแต่อย่างใด ซึ่งสำเนาข้อมูลต่างๆ เหล่านี้นับได้ว่ามีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน เมื่อต้องการเรียกข้อมูลคืน และการจัดเก็บข้อมูลเข้าแฟ้มข้อมูลถาวร เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถเรียกข้อมูลในแฟ้มข้อมูลถาวรซึ่งอยู่บน Server นั้นมาใช้งานได้ตลอดเวลา วิธีการกู้ไฟล์คืนที่ดีขึ้นกว่าระบบเก่านี้จึงถือว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิผลให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดีทีเดียว
5.Internet Information Service 6.0 และ Microsoft .NET
Framework: เพิ่มความเร็วของ Web Application โดยรวมและความหลากหลายในการพัฒนา Application
Internet Information Service (IIS) 6.0 เป็น Web Server ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถช่วยในการทำงานของ Web Application และบริการ XML Web service ได้ดี IIS 6.0 ได้รับการออกแบบโดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Fault-tolerant process ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ และ Web Application ได้อย่างมากทีเดียว
ปัจจุบันนี้ IIS สามารถแยกออกมาจาก Web Application ต่างๆ กลายเป็นโปรแกรมที่สามารถจัดการงานต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือที่เราเรียกว่า Application Pool โดยมีการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการโดยตรง คุณลักษณะเช่นนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณงานต่อหน่วยเวลาและความสามารถของระบบให้มากขึ้น และในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างใน Server ให้มากขึ้นด้วย ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจาก application pool นี้คือช่วยลดความต้องการในการใช้ฮาร์ดแวร์ขององค์กรให้น้อยลง นอกจากนั้น Application Pool นี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้โปรแกรม หรือ site อื่นๆ ถูก รบกวนจาก XML web service หรือโปรแกรมเว็บต่างๆ บน Server ได้อีกด้วยIIS ยังมีความสามารถในการค้นหา, กู้ข้อมูล, และป้องกันการล่มของ Web Application ซึ่งบนระบบ Microsoft ASP.NET บน Windows Server 2003 นั้น ได้มีการใช้งานบนโครงสร้าง IIS แบบใหม่นี้ ซึ่งคุณสมบัติเกี่ยวที่ล้ำสมัยเหล่านี้สามารถใช้ร่วมกับ Applications ที่มีอยู่เดิมซึ่งทำงานภายใต้ไม่ว่าจะเป็น IIS 4.0 และ IIS 5.0 ก็ตาม โดยที่ไม่ต้องมีการแก้ไขส่วนโครงสร้างใดๆ ก็ตามของ Applications
โปรแกรม .NET Framework ประกอบด้วยโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้าง แปลง และดำเนินงาน Web Application และ XML Web Services บน Platform นอกจากนั้นโปรแกรม .NET Framework นี้ยังประกอบด้วยปัจจัยแวดล้อมที่มีประโยชน์ มีความเป็นมาตรฐาน และรองรับการสร้างแอพพลิเคชั่นจากหลายภาษา เพื่อช่วยในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เดิมที่มีอยู่แล้วเข้ากับโปรแกรมและบริการใหม่ๆ ให้ได้ผลดี เช่นเดียวกันกับที่ช่วยให้โปรแกรม Internet-scale สามารถส่งข้อมูล และดำเนินการทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น การปรับรูปแบบของโปรแกรมเก่าที่มีอยู่เดิมแล้วนั้นสามารถทำได้ง่ายเช่นเดียวกันกับการ integrate และการ migrate ระบบ XML Web services และโปรแกรม UNIX ไปยังเครื่องมืออื่นที่มีปริมาณงานน้อยกว่าได้เช่นกัน
6.Terminal Services: รันโปรแกรมโดยอาศัยทรัพยากรของเซอร์ฟเวอร์ผ่านหน้าจอของ Clientคุณลักษณะของ Terminal service นี้ ช่วยให้ผู้จัดการระบบสามารถส่งโปรแกรม ซึ่งมีหลักการทำงานบน Windows (Window-based application) หรือที่เรารู้จักว่าเป็น desktop ของ Windows ไปยังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ
รวมทั้งโปรแกรมอื่นๆที่ไม่ได้อยู่บน Windows ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ใช้งานเริ่มใช้โปรแกรมบน Terminal server โปรแกรมนั้นจะมีการทำงานบน Server ในขณะที่การใช้งานของคีย์บอร์ด เม้าส์ และข้อมูลแสดงผลจะถูกส่งไปยังเนตเวิร์ค ผู้ใช้งานจะเห็นเฉพาะ Desktop ที่เป็นของผู้ใช้งานเองเท่านั้น และมีการทำงานแยกกันอย่างเด็ดขาดกับ client อื่นคุณลักษณะสำหรับผู้จัดการระบบซึ่งเรียกว่า Remote Desktop นี้มีการสร้างขึ้นบนการจัดการระบบทางไกลของ Windows 2000 Terminal Services นอกจาก virtual session สอง sessions ที่เป็นการจัดการระบบทางไกลบน Windows 2000 Terminal Services แล้ว ผู้จัดการระบบยังสามารถทำงานต่อเข้ากับส่วนควบคุมของ Server ได้แบบทางไกลด้วย Terminal Server สามารถปรับปรุงและเพิ่มความสามารถของการส่งข้อมูลซอฟท์แวร์ในสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคุณลักษณะนี้ยังคงเป็นปัญหาในการใช้โปรแกรมเก่าอยู่ทุกวันนี้
7.Clustering (Eight-Node Support): สร้างกลุ่มเซอร์ฟเวอร์ เพื่อการให้บริการที่ไม่ขาดตอน
คุณลักษณะนี้ปรากฏอยู่บน Windows Server 2003, Enterprise Edition และ Windows Server 2003, Datacenter Edition เท่านั้น โดยเน้นความสำคัญไปที่โปรแกรมจัดการงานต่างๆ เช่น ระบบฐานข้อมูล ระบบรับ-ส่งข้อความ และบริการจัดเก็บข้อมูลและพิมพ์เอกสาร การทำงานแบบ Clustering นี้มีการทำงานของ Server หรือ nodes หลายตัว เพื่อช่วยรักษาการทำงานให้คงที่ไม่ขาดตอน โดยหาก Node ใด Node หนึ่งใน Cluster ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากความผิดพลาดของการซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ node อื่นๆ จะสามารถทำงานแทนได้ในทันที ซึ่งขั้นตอนนี้รู้จักกันดีว่าเป็น “Failover” ผู้ใช้งานซึ่งกำลังใช้งานอยู่จะสามารถทำงานต่อไปได้ โดยไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของ node ที่ช่วยทำงานแทนแต่อย่างใดทั้ง Windows Server 2003 Enterprise Edition และ Windows Server 2003 Datacenter Edition นี้ช่วยให้การติดตั้ง server cluster สามารถทำได้สูงถึง 8 nodes เลยทีเดียว
8.การ integrate ของโปรแกรม PKI Support โดยใช้ Kerberos เวอร์ชั่น 5
องค์กรของคุณสามารถใช้งาน Public Key Infrastructure (PKI) ได้ โดยใช้บริการ Certificate และเครื่องมือช่วยจัดการ Certificate และด้วย PKI นี้เอง ผู้จัดการระบบจะสามารถติดตั้งเทคโนโลยีแบบ standard-based ได้ตัวอย่างเช่น การ logon สมาร์ทการ์ด, การยืนยันผู้ใช้งานผ่านทาง Secure Sockets Layer และ Transport Layer Security, Email Protect, Digital Signature และความปลอดภัยของเครือข่ายโดยใช้ Internet Protocol Security (IPSec)
นอกจากนั้นแล้ว ด้วยบริการ Certificate นี้ ผู้จัดการระบบสามารถติดตั้งระบบ และบริหารสิทธ์ใน Certification ทั้งการมอบและการเรียก X.509 V3 certificate กลับคืนได้ ซึ่งนั่นหมายถึงองค์กรของคุณไม่จำเป็นต้องใช้ระบบยืนยันที่ผู้ใช้งานอีกต่อไป แม้ว่าจะมีการ integrate ระบบยืนยันที่ผู้ใช้งานนั้น PKI ขององค์กรแล้วก็ตาม Kerberos เวอร์ชั่น 5 เป็นเนตเวิร์คโพรโทคอลแบบ industry-standard ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วยการ logon เพียงครั้งเดียว แต่สามารถเข้าใช้งาน resource ได้หลาย resources รวมถึง environment อื่นๆ ที่สนับสนุนระบบนี้ ประโยชน์อื่นๆของ Kerberos เวอร์ชั่น 5 ยังรวมถึง mutual authentication ซึ่งทั้งผู้ใช้งานและ Server ต้องทำงานยืนยันหรือตรวจสอบซึ่งกันและกัน และ delegated authentication ซึ่งเป็นการยืนยันผู้ใช้งานโดยมีการตรวจสอบประวัติและข้อมูลของผู้ใช้งานอย่างละเอียด
9.การจัดการ Command-Line: สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับระบบปฏิบัติการ UNIX หรือ Linux
Windows Server 2003 ยังเสนอคุณลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งคือ Command-Line Infrastructure ซึ่งช่วยให้ผู้จัดการระบบสามารถดำเนินงานในเชิงบริหารจัดการต่างๆ ได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ user interface เชิงกราฟแต่อย่างใด และที่พิเศษไปกว่านั้นคือคุณลักษณะแบบ Command-Line นี้สามารถช่วยในทำงานที่มีลักษณะงานแตกต่างกันได้ดี โดยใช้วิธีการเข้าไปยังส่วนเก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Windows Management Instrumentation (WMI)
WMI Command-Line หรือ WMIC นี้ยังมีการ interface กับระบบ Simple Command-Line ซึ่งจะช่วยในการทำงานร่วมกันกับโปรแกรมสนับสนุนตัวอื่นๆ และคำสั่ง utility อื่นๆ อีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว WMIC ยังสามารถเพิ่มเติมฟังก์ชั่นการใช้งานได้ง่ายๆ ด้วย script หรือโปรแกรม administration-oriented อื่นๆ เมื่อรวมกับ script ที่พร้อมใช้งานแล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นของ Command-Line ใน Windows Server 2003 จะสามารถแข่งขันได้กับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ที่มีราคาค่อนข้างสูงกว่าได้เป็นอย่างดี ผู้จัดการระบบที่เคยใช้งานระบบ Command-Line เพื่อจัดการระบบ UNIX หรือ Linux จะสามารถใช้งาน Command-Line บน Windows Server 2003 ได้อย่างดีทีเดียว
10.Intelligent File Services: Encrypting File System, Distributed File System, และ File Replication Service: เพื่อการบริหารไฟล์จำนวนมากมหาศาลในองค์กรที่ง่ายขึ้น
Encrypting File System – EFS จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งรหัสและถอดรหัสการใช้งานไฟล์ข้อมูล เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลเหล่านั้นจากผู้ที่พยายามเข้ามาใช้งานข้อมูลดังกล่าวอย่างไม่ถูกต้อง เช่น ขโมยเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือขโมย external disk (drive)
การทำ Encryption นี้ ผู้ใช้งานยังคงใช้งานไฟล์ข้อมูลหรือแฟ้มข้อมูลที่มีการทำ encryption ไว้ได้เหมือนกับใช้งานไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลอื่นๆ และหากผู้ใช้งาน EFS เป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ทำ encrypt ไว้ ระบบจะทำการถอดรหัสไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลนั้นให้โดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ใช้งานเข้าไปใช้งานไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลนั้นภายหลัง Distributed File System – DFS ช่วยในการบริหาร resource ของดิสก์ที่ใช้ร่วมกันบนเนตเวิร์ค ผู้จัดการระบบจะทำการตั้งชื่อ logical name ให้กับไดรฟ์ที่ใช้ร่วมกันบนเนตเวิร์ค แทนที่จะให้ผู้ใช้งานต้องเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อแบบ physical name ของ Server แต่ละเครื่องที่ผู้ใช้งานต้องการเข้าไปทำงาน
File Replication Service – FRS เป็นโปรแกรมที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีกว่าคุณลักษณะ Directory Replication บน Windows NT Server 4.0 ในหลายๆ ด้าน ตัวอย่างเช่น FRS จะมีการ replicate จากไฟล์หลักได้ครั้งละหลายไฟล์สำหรับ directory tree ซึ่งอยู่บน Server ที่สร้างขึ้น นอกจากนั้น DFS ยังใช้ FRS เพื่อปรับข้อมูลระหว่างไฟล์ข้อมูลที่ replicate มาด้วยกันเองโดยอัตโนมัติ อีกทั้ง Active Directory ยังใช้ FRS ในการปรับข้อมูลจาก system volume information ไปยังหน่วยควบคุมโดเมนให้ตรงกันด้วย
คุณสมบัติ Windows Server 2003
มีคุณสมบัติทั้งหมดที่มีใน Standard Edition และได้เพิ่มคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ เพื่อช่วย เพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ, ความสามารถใน การขยายระบบ และความเชื่อถือได้คุณสมบัติที่ สำคัญได้แก่ บริการคลัสเตอร์ เพื่อให้การจัดการฐาน ข้อมูล, การใช้ไฟล์ร่วมกัน, การใช้ข้อมูลร่วมกันผ่าน อินทราเน็ต, การส่งข่าวสาร และแอพพลิเคชั่นทาง ธุรกิจที่สำคัญ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และทนทานต่อความผิดพลาด โดยบริการคลัสเตอร์ของ Windows Server 2003 Enterprise Edition สนับสนุนคลัสเตอร์แบบ 8-node จึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดฮาร์ดแวร ์ในสภาพแวดล้อมคลัสเตอร์แบบกระจาย ขณะเดียวกัน ก็เป็นโซลูชั่นสำหรับการกู้ระบบที่ดีขึ้นกว่าเดิม
การติดตั้ง Windows2003 Server
การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 2003 Serverวิธีการติดตั้ง Windows 2003 server ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบดังนี้
1. ติดตั้งแบบอัพเกรดจาก Windows ตัวเดิม โดยใส่แผ่น CD และเลือกติดตั้งจาก CD นั้นได้เลย
2. ติดตั้งโดยการบูตเครื่องใหม่จาก CD ของ Windows 2003 Server Setup และทำการติดตั้ง
3. ติดตั้งจากฮาร์ดดิสก์ โดยทำการ copy ไฟล์ทั้งหมดจาก CD ไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์
ก่อนทำการติดตั้งมาดูขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น การติดตั้ง Windows 2003เริ่มต้น โดยการเซ็ตให้บูตเครื่องจาก CD-Rom Drive ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเลือกลำดับการบูต ให้เลือก CD-Rom Drive เป็นตัวแรกครับ ซึ่งวิธีการนี้จะเหมือนกับการลง Windows XP ทุกอย่างเลยนะครับ ฉะนั้นผมจึงจะขอข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย เพื่อความรวดเร็ว แต่ถ้าหากท่านยังไม่เข้าก็ขอให้กลับไปดูในหน้า วิธีการลง WindowsXP ได้เลยนะครับ (ถ้าหากเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร)
แหล่งที่มา
วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 - วิกิพีเดียศ. 2547 ซึ่งนับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Windows Server System ... หรือ โปรแกรม คอมพิวเตอร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง ...th.wikipedia.org/wiki/วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์_2003 - 58k - หน้าที่ถูกเก็บไว้ - หน้าที่คล้ายกันhttp://en.wikipedia.org/wiki/Windows_Server_2003
การติดตั้ง Windows2003 Server พร้อมตัวอย่าง วิธีการติดตั้ง Windows 2003 server ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบดังนี้ ... ตรงนี้เราจะต้องมาทำการปรับค่าต่างๆที่จำเป็นในการใช้ Windows 2003 Server ของเรา ...fanchun-tc.tripod.com/win2003s1.htm - 24k - หน้าที่ถูกเก็บไว้ - หน้าที่คล้ายกัน
แบบทดสอบ
1.การเซ็ตให้บูตเครื่องจาก CD-Rom Drive ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน ในอะไรของเครื่องคอมพิวเตอร์
ก.CPU
ข.RAM
ค.bios
ง.Rom
2.Windows Server 2003 ได้รวมฟังก์ชั่นการทำงานของระบบที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาบริการเว็บที่ชื่อว่าอะไร
ก.LMX
ข.XML
ค.MXL
ง.XLM
3.Active Directory หมายถึงอะไร
ก.การบริหารข้อมูลผู้ใช้บนเครือข่ายที่มีความซับซ้อนที่ดีขึ้น
ข.สร้างนโยบายรวมศูนย์เพื่อบริหารการใช้ซอฟท์แวร์ของทั้งเครือข่ายที่ดีและปลอดภัยขึ้น
ค.ประสิทธิภาพการทำงานของ Server
ง.บริหารการลบและกู้คืนไฟล์ที่ดีขึ้น
4.Terminal Services หมายถึงอะไร
ก.การให้บริการที่ไม่ขาดตอน
ข.การรันโปรแกรมโดยอาศัยทรัพยากรของเซอร์ฟเวอร์ผ่านหน้าจอของ Client
ค.การบริหารไฟล์จำนวนมากมหาศาลในองค์กรที่ง่ายขึ้น
ง.การกู้ข้อมูลคืน โดยใช้เครื่องมือ
5.ในปีพ.ศ. 2548 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศ วินโดวส์เซิฟเวอร์ใดวินโดวส์
ก.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ ลองฮอร์น
ข.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003
ค.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2000
ง.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ โลฮอร์น
6.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 (Windows Server 2003)เป็นรุ่นถัดจากรุ่นใด
ก.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2000
ข.วินโดวส์ xp
ค.วินโดวส์ 95
ง.วินโดวส์ Mobile
7.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 ได้ออกเมื่อใด
ก.วันที่ 28 เมษายนพ.ศ.2547
ข.วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2547
ค.วันที่28 มีนาคม พ.ศ. 2457
ง.วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2457
8.ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows Server 2003 มีส่วนช่วยหลายๆอย่างยกเว้นข้อใด
ก.เพิ่มผลการทำงานให้กับทุกส่วนขององค์กร
ข.ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ค.แอพพลิเคชั่นได้รับการพัฒนา, นำไปใช้ และทำงานได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น
ง.เพิ่มงานให้แก่องค์กร
9.ข้อใดไม่ใช่บริการของบริการคลัสเตอร์
ก.การจัดการฐาน ข้อมูล
ข.การใช้ข้อมูลร่วมกันผ่านอินทราเน็ต
ค.การใช้ไฟล์ร่วมกัน
ง.การทำธุรกิจร่วมกัน
10.การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 2003 Serverแบ่งออกเป็นกี่แบบ
ก. 1แบบ
ข. 2แบบ
ค. 3แบบ
ง. 4แบบ
เฉลย
1. ค 2. ข 3.ก 4.ข 5. ก 6. ก 7.ข 8. ง 9.ง 10. ค
วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 (Windows Server 2003)เป็นระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์จากไมโครซอฟท์ เป็นรุ่นที่ถัดจากวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2000 วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 ได้ออกวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งนับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Windows Server System ภาพรวมวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์เป็นระบบปฏิบัติการแรกที่ออกมาหลังจากไมโครซอฟท์ประกาศแนวทาง Trustworthy Computing จึงเป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องความปลอดภัย โดยเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก เช่นหลังจากการตั้งแต่ติดตั้งเสร็จนั้น ไม่มีส่วนประกอบเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดการใช้งานเพื่อลดช่องทางโจมตีตั้งแต่แรกเริ่ม และได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากใน IIS 6.0 โดยเกือบเขียนขึ้นมาใหม่หมด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยประสิทธิภาพการทำงานในปีพ.ศ. 2548 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศ วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ "ลองฮอร์น" ซึ่งจะเป็นรุ่นต่อจากวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 โดยมีกำหนดการที่จะออกครึ่งปีแรกใน พ.ศ. 2550วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ได้แบ่งเป็นรุ่นดังนี้:
Windows Small Business Server 2003
Windows Server 2003 Web Edition
Windows Server 2003 Standard Edition
Windows Server 2003 Enterprise Edition
Windows Server 2003 Datacenter Edition
Windows Compute Cluster Server 2003
Microsoft Windows Server 2003
Windows Server 2003 คือแพล็ตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มประสิทธิผลให้กับผู้ใช้ ให้มุมมองใหม่ของข่าวสารทางธุรกิจที่สำคัญต่อผู้ใช้ เพื่อจะสามารถทำงานร่วมกัน จัดการ และตอบสนองความเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งการแข่งขันได้ดีขึ้น ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows Server 2003 ทำให้งานด้าน IT มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมกับช่วยลดค่าใช้จ่าย สำหรับเครือข่ายขนาดเล็ก จนถึงศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows Server 2003 สามารถช่วยให้:
*ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
*แอพพลิเคชั่นได้รับการพัฒนา, นำไปใช้ และทำงานได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น
*เพิ่มผลการทำงานให้กับทุกส่วนขององค์กร
10 อันดับสุดยอดคุณลักษณะเด่นของ Windows Server 2003 สำหรับองค์กรต่างๆ ที่ได้รับจากการอัพเกรดระบบคอมพิวเตอร์จาก Windows NT Server 4.0
นอกเหนือไปจากคำสัญญาของเราในอันที่จะจัดหา Windows Server ที่มีความเร็วที่สุด เชื่อถือได้มากที่สุด และมีความปลอดภัยที่สุดแล้ว Windows Server 2003 ยังรวมฟังก์ชั่นการทำงานของระบบที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาบริการเว็บที่ชื่อว่า XML และโซลูชั่นเชิงธุรกิจ ซึ่งมีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และต่อไปนี้คือลักษณะการทำงานใหม่ที่ได้รับการปรับปรุง เพื่อให้องค์กรใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาอัพเกรดจากระบบ Microsoft Windows NT Server 4.0
1.Active Directory: เพื่อการบริหารข้อมูลผู้ใช้บนเครือข่ายที่มีความซับซ้อนที่ดีขึ้น
บริการ Microsoft Active Directory จะช่วยให้การจัดการสารบบเครือข่ายที่วุ่นวายซับซ้อนให้สามารถทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหา ส่วนประกอบหรือข้อมูลใดๆ ที่แม้จะเก็บอยู่ในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
ระบบนี้สามารถรองรับได้หลากหลายขนาดขององค์กร ซึ่งถูกสร้างโดยอาศัยมาตรฐานทางด้านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต และรวมทั้งยังรองรับระบบปฏิบัติการได้ทั้ง Windows Server 2003 Standard Edition, Windows Server 2003 Enterprise Edition และ Windows Server 2003 Datacenter Edition Windows Server 2003 ยังได้มีการปรับปรุง Active Directory ให้มีความง่ายต่อการใช้งานมากขึ้นและมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มขึ้น รวมทั้งการสร้าง Trusts ข้ามกันระหว่าง Forest, ความสามารถในการเปลี่ยนชื่อของ Domain, และความสามารถในการยับยั้งการใช้งาน attributes และ class ภายใน schema เพื่อให้สามารถเปลี่ยนคำนิยามของคุณสมบัติเหล่านั้นได้
2.Group Policy: Group Policy Management Console: สร้างนโยบายรวมศูนย์เพื่อบริหารการใช้ซอฟท์แวร์ของทั้งเครือข่ายที่ดีและปลอดภัยขึ้นผู้จัดการระบบสามารถใช้ Group Policy เพื่อกำหนดค่าต่างๆและกำหนดสิทธิ์ให้กับทั้งตัวผู้ใช้งานและเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อแตกต่างระหว่าง Group Policy และ local policy คือผู้จัดการระบบสามารถใช้ Group Policy เพื่อกำหนดนโยบายที่จะใช้ร่วมกันระหว่าง site ที่ตั้ง โดเมน หรือหน่วยที่รวบรวมขึ้นใน active directory ได้ การจัดการแบบใช้นโยบายเป็นหลักนี้ จะช่วยทำให้งานต่างๆ ดังต่อไปนี้ทำได้ง่ายขึ้น : การปรับปรุงระบบ การติดตั้งโปรแกรม ข้อมูลของผู้ใช้งาน และ desktop-system lockdown
Group Policy Management Console (GPMC) ซึ่งเป็นส่วนเพิ่มเติมในวินโดวส์ 2003 นั้นจะช่วยให้เกิดรูปแบบการทำงานใหม่ในการจัดการ Group Policy กล่าวคือทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ระบบ Group Policy ได้ง่ายขึ้น และจะมีประโยชน์ในแง่ที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ Active directory ได้ดียิ่งขึ้น และยังนำข้อดีของการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมาช่วยพัฒนาองค์กรได้อีกด้วย
3.ประสิทธิภาพการทำงานของ Server (Server Performance): อย่างน้อย 2 เท่าจาก Windows NT Server 4.0
จากผลการทดสอบบน Windows Server 2003 ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีมากยิ่งกว่าเวอร์ชั่นเก่าๆ ที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น ไฟล์ข้อมูล และ Web Server มีความเร็วในการทำงานเป็นสองเท่าของ Windows NT Server 4.0 และขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กรของคุณ มีความแตกต่างกันในแต่ละหน่อยงาน เนื่องจากการกำหนดค่าต่างๆ ของ Network และคอมพิวเตอร์หลากหลายแบบ ทางไมโครซอฟท์เชื่อมั่นว่าการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของ Windows Server 2003 จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
4.การกู้ข้อมูลคืน โดยใช้เครื่องมือ Volume Shadow Copy: เพื่อบริหารการลบและกู้คืนไฟล์ที่ดีขึ้น
คุณลักษณะเด่นนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในบริการ Volume Shadow Copy Service ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้จัดการระบบสามารถปรับแต่งโปรแกรมเพื่อให้ระบบสามารถ copy ข้อมูลที่มีความสำคัญต่อองค์กรได้ในทันที โดยที่ไม่มีการขัดจังหวะจากการหยุดทำงานของระบบแต่อย่างใด ซึ่งสำเนาข้อมูลต่างๆ เหล่านี้นับได้ว่ามีประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน เมื่อต้องการเรียกข้อมูลคืน และการจัดเก็บข้อมูลเข้าแฟ้มข้อมูลถาวร เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถเรียกข้อมูลในแฟ้มข้อมูลถาวรซึ่งอยู่บน Server นั้นมาใช้งานได้ตลอดเวลา วิธีการกู้ไฟล์คืนที่ดีขึ้นกว่าระบบเก่านี้จึงถือว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิผลให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดีทีเดียว
5.Internet Information Service 6.0 และ Microsoft .NET
Framework: เพิ่มความเร็วของ Web Application โดยรวมและความหลากหลายในการพัฒนา Application
Internet Information Service (IIS) 6.0 เป็น Web Server ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถช่วยในการทำงานของ Web Application และบริการ XML Web service ได้ดี IIS 6.0 ได้รับการออกแบบโดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Fault-tolerant process ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ และ Web Application ได้อย่างมากทีเดียว
ปัจจุบันนี้ IIS สามารถแยกออกมาจาก Web Application ต่างๆ กลายเป็นโปรแกรมที่สามารถจัดการงานต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือที่เราเรียกว่า Application Pool โดยมีการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการโดยตรง คุณลักษณะเช่นนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณงานต่อหน่วยเวลาและความสามารถของระบบให้มากขึ้น และในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างใน Server ให้มากขึ้นด้วย ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจาก application pool นี้คือช่วยลดความต้องการในการใช้ฮาร์ดแวร์ขององค์กรให้น้อยลง นอกจากนั้น Application Pool นี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้โปรแกรม หรือ site อื่นๆ ถูก รบกวนจาก XML web service หรือโปรแกรมเว็บต่างๆ บน Server ได้อีกด้วยIIS ยังมีความสามารถในการค้นหา, กู้ข้อมูล, และป้องกันการล่มของ Web Application ซึ่งบนระบบ Microsoft ASP.NET บน Windows Server 2003 นั้น ได้มีการใช้งานบนโครงสร้าง IIS แบบใหม่นี้ ซึ่งคุณสมบัติเกี่ยวที่ล้ำสมัยเหล่านี้สามารถใช้ร่วมกับ Applications ที่มีอยู่เดิมซึ่งทำงานภายใต้ไม่ว่าจะเป็น IIS 4.0 และ IIS 5.0 ก็ตาม โดยที่ไม่ต้องมีการแก้ไขส่วนโครงสร้างใดๆ ก็ตามของ Applications
โปรแกรม .NET Framework ประกอบด้วยโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้าง แปลง และดำเนินงาน Web Application และ XML Web Services บน Platform นอกจากนั้นโปรแกรม .NET Framework นี้ยังประกอบด้วยปัจจัยแวดล้อมที่มีประโยชน์ มีความเป็นมาตรฐาน และรองรับการสร้างแอพพลิเคชั่นจากหลายภาษา เพื่อช่วยในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เดิมที่มีอยู่แล้วเข้ากับโปรแกรมและบริการใหม่ๆ ให้ได้ผลดี เช่นเดียวกันกับที่ช่วยให้โปรแกรม Internet-scale สามารถส่งข้อมูล และดำเนินการทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น การปรับรูปแบบของโปรแกรมเก่าที่มีอยู่เดิมแล้วนั้นสามารถทำได้ง่ายเช่นเดียวกันกับการ integrate และการ migrate ระบบ XML Web services และโปรแกรม UNIX ไปยังเครื่องมืออื่นที่มีปริมาณงานน้อยกว่าได้เช่นกัน
6.Terminal Services: รันโปรแกรมโดยอาศัยทรัพยากรของเซอร์ฟเวอร์ผ่านหน้าจอของ Clientคุณลักษณะของ Terminal service นี้ ช่วยให้ผู้จัดการระบบสามารถส่งโปรแกรม ซึ่งมีหลักการทำงานบน Windows (Window-based application) หรือที่เรารู้จักว่าเป็น desktop ของ Windows ไปยังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ
รวมทั้งโปรแกรมอื่นๆที่ไม่ได้อยู่บน Windows ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ใช้งานเริ่มใช้โปรแกรมบน Terminal server โปรแกรมนั้นจะมีการทำงานบน Server ในขณะที่การใช้งานของคีย์บอร์ด เม้าส์ และข้อมูลแสดงผลจะถูกส่งไปยังเนตเวิร์ค ผู้ใช้งานจะเห็นเฉพาะ Desktop ที่เป็นของผู้ใช้งานเองเท่านั้น และมีการทำงานแยกกันอย่างเด็ดขาดกับ client อื่นคุณลักษณะสำหรับผู้จัดการระบบซึ่งเรียกว่า Remote Desktop นี้มีการสร้างขึ้นบนการจัดการระบบทางไกลของ Windows 2000 Terminal Services นอกจาก virtual session สอง sessions ที่เป็นการจัดการระบบทางไกลบน Windows 2000 Terminal Services แล้ว ผู้จัดการระบบยังสามารถทำงานต่อเข้ากับส่วนควบคุมของ Server ได้แบบทางไกลด้วย Terminal Server สามารถปรับปรุงและเพิ่มความสามารถของการส่งข้อมูลซอฟท์แวร์ในสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคุณลักษณะนี้ยังคงเป็นปัญหาในการใช้โปรแกรมเก่าอยู่ทุกวันนี้
7.Clustering (Eight-Node Support): สร้างกลุ่มเซอร์ฟเวอร์ เพื่อการให้บริการที่ไม่ขาดตอน
คุณลักษณะนี้ปรากฏอยู่บน Windows Server 2003, Enterprise Edition และ Windows Server 2003, Datacenter Edition เท่านั้น โดยเน้นความสำคัญไปที่โปรแกรมจัดการงานต่างๆ เช่น ระบบฐานข้อมูล ระบบรับ-ส่งข้อความ และบริการจัดเก็บข้อมูลและพิมพ์เอกสาร การทำงานแบบ Clustering นี้มีการทำงานของ Server หรือ nodes หลายตัว เพื่อช่วยรักษาการทำงานให้คงที่ไม่ขาดตอน โดยหาก Node ใด Node หนึ่งใน Cluster ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากความผิดพลาดของการซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ node อื่นๆ จะสามารถทำงานแทนได้ในทันที ซึ่งขั้นตอนนี้รู้จักกันดีว่าเป็น “Failover” ผู้ใช้งานซึ่งกำลังใช้งานอยู่จะสามารถทำงานต่อไปได้ โดยไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของ node ที่ช่วยทำงานแทนแต่อย่างใดทั้ง Windows Server 2003 Enterprise Edition และ Windows Server 2003 Datacenter Edition นี้ช่วยให้การติดตั้ง server cluster สามารถทำได้สูงถึง 8 nodes เลยทีเดียว
8.การ integrate ของโปรแกรม PKI Support โดยใช้ Kerberos เวอร์ชั่น 5
องค์กรของคุณสามารถใช้งาน Public Key Infrastructure (PKI) ได้ โดยใช้บริการ Certificate และเครื่องมือช่วยจัดการ Certificate และด้วย PKI นี้เอง ผู้จัดการระบบจะสามารถติดตั้งเทคโนโลยีแบบ standard-based ได้ตัวอย่างเช่น การ logon สมาร์ทการ์ด, การยืนยันผู้ใช้งานผ่านทาง Secure Sockets Layer และ Transport Layer Security, Email Protect, Digital Signature และความปลอดภัยของเครือข่ายโดยใช้ Internet Protocol Security (IPSec)
นอกจากนั้นแล้ว ด้วยบริการ Certificate นี้ ผู้จัดการระบบสามารถติดตั้งระบบ และบริหารสิทธ์ใน Certification ทั้งการมอบและการเรียก X.509 V3 certificate กลับคืนได้ ซึ่งนั่นหมายถึงองค์กรของคุณไม่จำเป็นต้องใช้ระบบยืนยันที่ผู้ใช้งานอีกต่อไป แม้ว่าจะมีการ integrate ระบบยืนยันที่ผู้ใช้งานนั้น PKI ขององค์กรแล้วก็ตาม Kerberos เวอร์ชั่น 5 เป็นเนตเวิร์คโพรโทคอลแบบ industry-standard ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วด้วยการ logon เพียงครั้งเดียว แต่สามารถเข้าใช้งาน resource ได้หลาย resources รวมถึง environment อื่นๆ ที่สนับสนุนระบบนี้ ประโยชน์อื่นๆของ Kerberos เวอร์ชั่น 5 ยังรวมถึง mutual authentication ซึ่งทั้งผู้ใช้งานและ Server ต้องทำงานยืนยันหรือตรวจสอบซึ่งกันและกัน และ delegated authentication ซึ่งเป็นการยืนยันผู้ใช้งานโดยมีการตรวจสอบประวัติและข้อมูลของผู้ใช้งานอย่างละเอียด
9.การจัดการ Command-Line: สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับระบบปฏิบัติการ UNIX หรือ Linux
Windows Server 2003 ยังเสนอคุณลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งคือ Command-Line Infrastructure ซึ่งช่วยให้ผู้จัดการระบบสามารถดำเนินงานในเชิงบริหารจัดการต่างๆ ได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้ user interface เชิงกราฟแต่อย่างใด และที่พิเศษไปกว่านั้นคือคุณลักษณะแบบ Command-Line นี้สามารถช่วยในทำงานที่มีลักษณะงานแตกต่างกันได้ดี โดยใช้วิธีการเข้าไปยังส่วนเก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Windows Management Instrumentation (WMI)
WMI Command-Line หรือ WMIC นี้ยังมีการ interface กับระบบ Simple Command-Line ซึ่งจะช่วยในการทำงานร่วมกันกับโปรแกรมสนับสนุนตัวอื่นๆ และคำสั่ง utility อื่นๆ อีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว WMIC ยังสามารถเพิ่มเติมฟังก์ชั่นการใช้งานได้ง่ายๆ ด้วย script หรือโปรแกรม administration-oriented อื่นๆ เมื่อรวมกับ script ที่พร้อมใช้งานแล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นของ Command-Line ใน Windows Server 2003 จะสามารถแข่งขันได้กับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ที่มีราคาค่อนข้างสูงกว่าได้เป็นอย่างดี ผู้จัดการระบบที่เคยใช้งานระบบ Command-Line เพื่อจัดการระบบ UNIX หรือ Linux จะสามารถใช้งาน Command-Line บน Windows Server 2003 ได้อย่างดีทีเดียว
10.Intelligent File Services: Encrypting File System, Distributed File System, และ File Replication Service: เพื่อการบริหารไฟล์จำนวนมากมหาศาลในองค์กรที่ง่ายขึ้น
Encrypting File System – EFS จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งรหัสและถอดรหัสการใช้งานไฟล์ข้อมูล เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลเหล่านั้นจากผู้ที่พยายามเข้ามาใช้งานข้อมูลดังกล่าวอย่างไม่ถูกต้อง เช่น ขโมยเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือขโมย external disk (drive)
การทำ Encryption นี้ ผู้ใช้งานยังคงใช้งานไฟล์ข้อมูลหรือแฟ้มข้อมูลที่มีการทำ encryption ไว้ได้เหมือนกับใช้งานไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลอื่นๆ และหากผู้ใช้งาน EFS เป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ทำ encrypt ไว้ ระบบจะทำการถอดรหัสไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลนั้นให้โดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ใช้งานเข้าไปใช้งานไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลนั้นภายหลัง Distributed File System – DFS ช่วยในการบริหาร resource ของดิสก์ที่ใช้ร่วมกันบนเนตเวิร์ค ผู้จัดการระบบจะทำการตั้งชื่อ logical name ให้กับไดรฟ์ที่ใช้ร่วมกันบนเนตเวิร์ค แทนที่จะให้ผู้ใช้งานต้องเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อแบบ physical name ของ Server แต่ละเครื่องที่ผู้ใช้งานต้องการเข้าไปทำงาน
File Replication Service – FRS เป็นโปรแกรมที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพดีกว่าคุณลักษณะ Directory Replication บน Windows NT Server 4.0 ในหลายๆ ด้าน ตัวอย่างเช่น FRS จะมีการ replicate จากไฟล์หลักได้ครั้งละหลายไฟล์สำหรับ directory tree ซึ่งอยู่บน Server ที่สร้างขึ้น นอกจากนั้น DFS ยังใช้ FRS เพื่อปรับข้อมูลระหว่างไฟล์ข้อมูลที่ replicate มาด้วยกันเองโดยอัตโนมัติ อีกทั้ง Active Directory ยังใช้ FRS ในการปรับข้อมูลจาก system volume information ไปยังหน่วยควบคุมโดเมนให้ตรงกันด้วย
คุณสมบัติ Windows Server 2003
มีคุณสมบัติทั้งหมดที่มีใน Standard Edition และได้เพิ่มคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ เพื่อช่วย เพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ, ความสามารถใน การขยายระบบ และความเชื่อถือได้คุณสมบัติที่ สำคัญได้แก่ บริการคลัสเตอร์ เพื่อให้การจัดการฐาน ข้อมูล, การใช้ไฟล์ร่วมกัน, การใช้ข้อมูลร่วมกันผ่าน อินทราเน็ต, การส่งข่าวสาร และแอพพลิเคชั่นทาง ธุรกิจที่สำคัญ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และทนทานต่อความผิดพลาด โดยบริการคลัสเตอร์ของ Windows Server 2003 Enterprise Edition สนับสนุนคลัสเตอร์แบบ 8-node จึงเพิ่มความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดฮาร์ดแวร ์ในสภาพแวดล้อมคลัสเตอร์แบบกระจาย ขณะเดียวกัน ก็เป็นโซลูชั่นสำหรับการกู้ระบบที่ดีขึ้นกว่าเดิม
การติดตั้ง Windows2003 Server
การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 2003 Serverวิธีการติดตั้ง Windows 2003 server ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบดังนี้
1. ติดตั้งแบบอัพเกรดจาก Windows ตัวเดิม โดยใส่แผ่น CD และเลือกติดตั้งจาก CD นั้นได้เลย
2. ติดตั้งโดยการบูตเครื่องใหม่จาก CD ของ Windows 2003 Server Setup และทำการติดตั้ง
3. ติดตั้งจากฮาร์ดดิสก์ โดยทำการ copy ไฟล์ทั้งหมดจาก CD ไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์
ก่อนทำการติดตั้งมาดูขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น การติดตั้ง Windows 2003เริ่มต้น โดยการเซ็ตให้บูตเครื่องจาก CD-Rom Drive ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเลือกลำดับการบูต ให้เลือก CD-Rom Drive เป็นตัวแรกครับ ซึ่งวิธีการนี้จะเหมือนกับการลง Windows XP ทุกอย่างเลยนะครับ ฉะนั้นผมจึงจะขอข้ามขั้นตอนนี้ไปเลย เพื่อความรวดเร็ว แต่ถ้าหากท่านยังไม่เข้าก็ขอให้กลับไปดูในหน้า วิธีการลง WindowsXP ได้เลยนะครับ (ถ้าหากเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร)
แหล่งที่มา
วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 - วิกิพีเดียศ. 2547 ซึ่งนับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Windows Server System ... หรือ โปรแกรม คอมพิวเตอร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง ...th.wikipedia.org/wiki/วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์_2003 - 58k - หน้าที่ถูกเก็บไว้ - หน้าที่คล้ายกันhttp://en.wikipedia.org/wiki/Windows_Server_2003
การติดตั้ง Windows2003 Server พร้อมตัวอย่าง วิธีการติดตั้ง Windows 2003 server ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบดังนี้ ... ตรงนี้เราจะต้องมาทำการปรับค่าต่างๆที่จำเป็นในการใช้ Windows 2003 Server ของเรา ...fanchun-tc.tripod.com/win2003s1.htm - 24k - หน้าที่ถูกเก็บไว้ - หน้าที่คล้ายกัน
แบบทดสอบ
1.การเซ็ตให้บูตเครื่องจาก CD-Rom Drive ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน ในอะไรของเครื่องคอมพิวเตอร์
ก.CPU
ข.RAM
ค.bios
ง.Rom
2.Windows Server 2003 ได้รวมฟังก์ชั่นการทำงานของระบบที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาบริการเว็บที่ชื่อว่าอะไร
ก.LMX
ข.XML
ค.MXL
ง.XLM
3.Active Directory หมายถึงอะไร
ก.การบริหารข้อมูลผู้ใช้บนเครือข่ายที่มีความซับซ้อนที่ดีขึ้น
ข.สร้างนโยบายรวมศูนย์เพื่อบริหารการใช้ซอฟท์แวร์ของทั้งเครือข่ายที่ดีและปลอดภัยขึ้น
ค.ประสิทธิภาพการทำงานของ Server
ง.บริหารการลบและกู้คืนไฟล์ที่ดีขึ้น
4.Terminal Services หมายถึงอะไร
ก.การให้บริการที่ไม่ขาดตอน
ข.การรันโปรแกรมโดยอาศัยทรัพยากรของเซอร์ฟเวอร์ผ่านหน้าจอของ Client
ค.การบริหารไฟล์จำนวนมากมหาศาลในองค์กรที่ง่ายขึ้น
ง.การกู้ข้อมูลคืน โดยใช้เครื่องมือ
5.ในปีพ.ศ. 2548 ไมโครซอฟท์ได้ประกาศ วินโดวส์เซิฟเวอร์ใดวินโดวส์
ก.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ ลองฮอร์น
ข.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003
ค.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2000
ง.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ โลฮอร์น
6.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 (Windows Server 2003)เป็นรุ่นถัดจากรุ่นใด
ก.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2000
ข.วินโดวส์ xp
ค.วินโดวส์ 95
ง.วินโดวส์ Mobile
7.วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 ได้ออกเมื่อใด
ก.วันที่ 28 เมษายนพ.ศ.2547
ข.วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2547
ค.วันที่28 มีนาคม พ.ศ. 2457
ง.วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2457
8.ระบบปฏิบัติการตระกูล Windows Server 2003 มีส่วนช่วยหลายๆอย่างยกเว้นข้อใด
ก.เพิ่มผลการทำงานให้กับทุกส่วนขององค์กร
ข.ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ค.แอพพลิเคชั่นได้รับการพัฒนา, นำไปใช้ และทำงานได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น
ง.เพิ่มงานให้แก่องค์กร
9.ข้อใดไม่ใช่บริการของบริการคลัสเตอร์
ก.การจัดการฐาน ข้อมูล
ข.การใช้ข้อมูลร่วมกันผ่านอินทราเน็ต
ค.การใช้ไฟล์ร่วมกัน
ง.การทำธุรกิจร่วมกัน
10.การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 2003 Serverแบ่งออกเป็นกี่แบบ
ก. 1แบบ
ข. 2แบบ
ค. 3แบบ
ง. 4แบบ
เฉลย
1. ค 2. ข 3.ก 4.ข 5. ก 6. ก 7.ข 8. ง 9.ง 10. ค
วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551
VMWare
VMWare
.
สำหรับการดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อก้าวไปสู่การเป็น e-Government ที่มีการดำเนินงานและการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และมีความรวดเร็ว เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของหน่วยงานในทุกระดับควรมีการพัฒนาเทคนิค สร้างเสริมความรู้ประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนาระบบต่างๆให้สามารถรองรับการให้บริการที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป หัวข้อ IT Trip ของ GITS Newsletter ฉบับนี้ จะขอแนะนำโปรแกรมที่ชื่อว่า VMWare ซึ่งคิดว่าหลายๆ ท่านอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่สำหรับอีกหลายๆท่านก็อาจจะไม่ทราบว่าโปรแกรม VMWare นี้คืออะไร มีประโยชน์กับผู้ใช้ระบบ IT อย่างเราๆ อย่างไรบ้าง เรามาทำความรู้จักกับมันซักหน่อยดีกว่าครับ เผื่อท่านอาจจะได้ไอเดียอะไรดีดีในการใช้โปรแกรมนี้ เพื่อนำไปพัฒนาระบบหรือพัฒนาตัวเองต่อไป

รูปที่ 1 เว็บไซต์ของ VMWare
http://www.vmware.com/
VMWare คืออะไร?
โปรแกรม VMWare เป็นโปรแกรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ขึ้นบนระบบปฏิบัติการเดิมที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่นในรูปที่ 2 เป็นรูปที่แสดงถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลงระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่เดิม แล้วทำการลงระบบปฏิบัติการ Windows NT ผ่านโปรแกรม VMWare อีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อลงแล้ว ทั้งสองระบบสามารถทำงานพร้อมกันได้โดยแยกจากกันค่อนข้างเด็ดขาด (เสมือนเป็นคนละเครื่อง) โดยคอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างขึ้นมานั้น จะมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับคอมพิวเตอร์จริงๆ เครื่องหนึ่ง ซึ่งจะประกอบด้วย พื้นที่ดิสก์ที่ใช้ร่วมกับพื้นที่ดิสก์ของเครื่องนั้นๆ การ์ดแสดงผล การ์ดเน็ตเวิร์ก พื้นที่หน่วยความจำซึ่งจะแบ่งการทำงานมาจากหน่วยความจำของเครื่องนั้นๆ เช่นกัน

รูปที่ 2 แสดงการใช้ระบบปฏิบัติการ
Windows NT บน Windows XP
ปัจจุบันโปรแกรม VMWare มีเวอร์ชันทั้งสำหรับการทำงานบน Windows และ Linux หากเครื่องท่านเป็น Windows ก็สามารถลองเวอร์ชันสำหรับ Windows ได้ โดยท่านสามารถเข้าไปโหลดโปรแกรมมาทดลองใช้งานได้ที่ URL http://www.vmware.com/ แล้วเลือกที่ download และทำการดาวน์โหลด VMWare Workstation ซึ่งจะมีเวลาให้ทดลองใช้งานอยู่ที่ 30 วัน
คุณสมบัติขั้นต่ำของเครื่องคอมพิวเตอร์
- CPU ความเร็วไม่ต่ำกว่า 500 MHz
- หน่วยความจำขั้นต่ำ 256 MB
- การ์ดแสดงผลแบบ 16 บิต หรือ 32 บิต
- พื้นที่ดิสก์ในการลงโปรแกรม 80 MB สำหรับเวอร์ชัน Linux และ 150 MB สำหรับ Windows
- พื้นที่ดิสก์ขนาดไม่ต่ำกว่า 1 GB ต่อการลงระบบปฎิบัติการ 1 ระบบ
สำหรับข้อจำกัดของการทำงานบน VMWare ก็คือ VMWare จะสร้างสภาพแวดล้อมของฮาร์ดแวร์ต่างๆ ซึ่งเป็นของตัวโปรแกรม VMWare เอง ดังนั้นการใช้ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์หลักและคอมพิวเตอร์เสมือนจะไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถที่จะติดตั้งไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์จริงๆ ให้กับคอมพิวเตอร์เสมือนที่ลงผ่านโปรแกรม VMWare ได้
.
VMWare มีประโยชน์อย่างไร
1. ใช้จำลองการทำงาน ระหว่าง Client และ Many Server Many OS2. คุณสามารถลง บน XP หรือ Linux ก็ได้3. สามารถทดสอบ กับ Client ใน Network หรือ กับ เครื่องเดียวกับ VM server ได้4. ประหยัดค่าใช้จ่าย
วิธีการใช้โปรแกรม VMWare
วิธีการใช้ VMware by Mr.Jodoiวิธีการใช้ VMware by Mr.Jodoi ... OS ได้โดยที่ไม่ต้องมีการ restart เครื่องเลย ครับ โปรแกรม VMware ที่จะสอนการใช้นี้จะเป็น เวอร์ชั่น VMware Workstation ACE ...www.jodoi.com/vmware/vmware.html - 13k - หน้าที่ถูกเก็บไว้ - หน้าที่คล้ายกัน
แหล่งที่มา
Government Information Technology Services : สำนักบริการเทคโนโลยี ... VMWare คืออะไร? โปรแกรม VMWare เป็นโปรแกรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้าง คอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ขึ้นบนระบบปฏิบัติการเดิมที่มีอยู่ ...www.gits.net.th/knowledge/newsletter/ittrip/index.asp?MenuID=28&RootMenuID=8&book=6
.
สำหรับการดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อก้าวไปสู่การเป็น e-Government ที่มีการดำเนินงานและการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และมีความรวดเร็ว เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของหน่วยงานในทุกระดับควรมีการพัฒนาเทคนิค สร้างเสริมความรู้ประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนาระบบต่างๆให้สามารถรองรับการให้บริการที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป หัวข้อ IT Trip ของ GITS Newsletter ฉบับนี้ จะขอแนะนำโปรแกรมที่ชื่อว่า VMWare ซึ่งคิดว่าหลายๆ ท่านอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่สำหรับอีกหลายๆท่านก็อาจจะไม่ทราบว่าโปรแกรม VMWare นี้คืออะไร มีประโยชน์กับผู้ใช้ระบบ IT อย่างเราๆ อย่างไรบ้าง เรามาทำความรู้จักกับมันซักหน่อยดีกว่าครับ เผื่อท่านอาจจะได้ไอเดียอะไรดีดีในการใช้โปรแกรมนี้ เพื่อนำไปพัฒนาระบบหรือพัฒนาตัวเองต่อไป

รูปที่ 1 เว็บไซต์ของ VMWare
http://www.vmware.com/
VMWare คืออะไร?
โปรแกรม VMWare เป็นโปรแกรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ขึ้นบนระบบปฏิบัติการเดิมที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่นในรูปที่ 2 เป็นรูปที่แสดงถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลงระบบปฏิบัติการ Windows XP อยู่เดิม แล้วทำการลงระบบปฏิบัติการ Windows NT ผ่านโปรแกรม VMWare อีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อลงแล้ว ทั้งสองระบบสามารถทำงานพร้อมกันได้โดยแยกจากกันค่อนข้างเด็ดขาด (เสมือนเป็นคนละเครื่อง) โดยคอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างขึ้นมานั้น จะมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับคอมพิวเตอร์จริงๆ เครื่องหนึ่ง ซึ่งจะประกอบด้วย พื้นที่ดิสก์ที่ใช้ร่วมกับพื้นที่ดิสก์ของเครื่องนั้นๆ การ์ดแสดงผล การ์ดเน็ตเวิร์ก พื้นที่หน่วยความจำซึ่งจะแบ่งการทำงานมาจากหน่วยความจำของเครื่องนั้นๆ เช่นกัน

รูปที่ 2 แสดงการใช้ระบบปฏิบัติการ
Windows NT บน Windows XP
ปัจจุบันโปรแกรม VMWare มีเวอร์ชันทั้งสำหรับการทำงานบน Windows และ Linux หากเครื่องท่านเป็น Windows ก็สามารถลองเวอร์ชันสำหรับ Windows ได้ โดยท่านสามารถเข้าไปโหลดโปรแกรมมาทดลองใช้งานได้ที่ URL http://www.vmware.com/ แล้วเลือกที่ download และทำการดาวน์โหลด VMWare Workstation ซึ่งจะมีเวลาให้ทดลองใช้งานอยู่ที่ 30 วัน
คุณสมบัติขั้นต่ำของเครื่องคอมพิวเตอร์
- CPU ความเร็วไม่ต่ำกว่า 500 MHz
- หน่วยความจำขั้นต่ำ 256 MB
- การ์ดแสดงผลแบบ 16 บิต หรือ 32 บิต
- พื้นที่ดิสก์ในการลงโปรแกรม 80 MB สำหรับเวอร์ชัน Linux และ 150 MB สำหรับ Windows
- พื้นที่ดิสก์ขนาดไม่ต่ำกว่า 1 GB ต่อการลงระบบปฎิบัติการ 1 ระบบ
สำหรับข้อจำกัดของการทำงานบน VMWare ก็คือ VMWare จะสร้างสภาพแวดล้อมของฮาร์ดแวร์ต่างๆ ซึ่งเป็นของตัวโปรแกรม VMWare เอง ดังนั้นการใช้ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์หลักและคอมพิวเตอร์เสมือนจะไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถที่จะติดตั้งไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์จริงๆ ให้กับคอมพิวเตอร์เสมือนที่ลงผ่านโปรแกรม VMWare ได้
.
VMWare มีประโยชน์อย่างไร
1. ใช้จำลองการทำงาน ระหว่าง Client และ Many Server Many OS2. คุณสามารถลง บน XP หรือ Linux ก็ได้3. สามารถทดสอบ กับ Client ใน Network หรือ กับ เครื่องเดียวกับ VM server ได้4. ประหยัดค่าใช้จ่าย
วิธีการใช้โปรแกรม VMWare
วิธีการใช้ VMware by Mr.Jodoiวิธีการใช้ VMware by Mr.Jodoi ... OS ได้โดยที่ไม่ต้องมีการ restart เครื่องเลย ครับ โปรแกรม VMware ที่จะสอนการใช้นี้จะเป็น เวอร์ชั่น VMware Workstation ACE ...www.jodoi.com/vmware/vmware.html - 13k - หน้าที่ถูกเก็บไว้ - หน้าที่คล้ายกัน
แหล่งที่มา
Government Information Technology Services : สำนักบริการเทคโนโลยี ... VMWare คืออะไร? โปรแกรม VMWare เป็นโปรแกรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้าง คอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ขึ้นบนระบบปฏิบัติการเดิมที่มีอยู่ ...www.gits.net.th/knowledge/newsletter/ittrip/index.asp?MenuID=28&RootMenuID=8&book=6
วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
คำสั่งอื่นๆ (Unix)
คำสั่งอื่นๆ
1. At - ตั้งเวลารันกลุ่มคำสั่ง
2. Cpio - ต้องการชื่อเต็ม (full pathname) ดังนั้นถ้าผู้ใช้ทำการอ้างชื่อ ไดเรกทอรีปลายทางแบบ relative
3. Bc - คำสั่งเรียกใช้โปรแกรมคำนวณเลขของระบบ Unix,Linux
4. Basename - เป็นคำสั่งสำหรับสกัดเอาชื่อไฟล์ไฟล์โดยตัดส่วนขยายชื่อไฟล์ (file extension) .gif ออก
5. Last - ใช้แสดงรายชื่อผู้ login เข้ามาล่าสุด
6. Crontab - ตั้งเวลาสั่งงานคอมพิวเตอร์ crontabตั้งเวลารันคำสั่งเป็นรอบเวลาที่กำหนด
7. Db - ลบบรรทัดปัจจุบันทั้งบรรทัด
8. Du - แสดงการเนื้อที่ใช้งาน ของแต่ละ directory โดยละเอียด duเป็นการดูเนื้อที่ว่างบนไดเรคทรอรี่ที่ใช้อยู่
9. Dirname - คือเปลี่ยนทั้งเจ้าของไฟล์และกลุ่มไปพร้อมกันทุกไฟล์ใน Sub dirname
10. Ln - เป็นคำสั่งไว้สร้าง link ไปยังที่ ที่ต้องการ คลายกับ shortcut
11. Env - แสดงค่า environment ปัจจุบัน
12. Eject - เป็นคำสั่งให้นำคำสั่งที่ตามหลังคำสั่งeject ไปขึ้นหน้าใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้แต่ละส่วนของโปรแกรมใหญ่ๆ ขึ้นหน้าใหม่ ส่วนคำสั่ง ejectจะไม่ปรากฏใน Assembly Listing
13. Exec - ที่ใช้ในการแทนค่าตัวแปรแล้วรันคำสั่งแบบพลวัต (dynamicly) บันทึกพฤติกรรมของ exec ไว้
14. Free - แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ โครงสร้างคำสั่ง free [-b-k-m] โดย option ที่มักใช้กันใน free คือ -b แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย byte -k แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย kilobyte -m แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย megabyteตัวอย่าง free free -b free -k freeเป็นการแสดงสถานะของเมมโมรี่ และเนื้อที่ว่างบนเมมโมรี่ ทั้งกายภาพ ที่ใช้ ใน swap, และบัฟเฟอร์
15. Groups -
16. Hostname - แสดง/กำหนดชื่อโฮสต์ คำสั่งแสดงชื่อเครื่องที่ใช้อยู่
17. Lp -
18. Mount - ของระบบ Unix,Linux*^*(เป็นคำสั่งเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบ)รูบแบบการใช้งาน mount (-t type) DeviceDriver MountPointตัวอย่าง# การ Mount แบบที่1 CdRom mount -t iso9660 /dev/cdrom /mnt/cdromหรือ# mkdir /mnt/cdrom# mount_cd9660 /dev/cd0a /mnt/cdrom#การ Mount CdRomแบบที่2 mount /dev/cdrom (เมื่อmountแล้วCDจะอยู่ที่ /mnt/CdRom ยกเลิกดูคำสั่ง Unmount)
19. Mt - คำสั่งกำหนดและแก้ไขรหัสผ่านของ User ของระบบ Unix,Linux ... คำสั่งกำหนดคำสั่งย่อ ของระบบ Unix,Linux
20. Nice - คำสั่งหรือโปรอกรมเข้าสู่เครื่อง ติดต่อ nice หรือ ติดต่อผู้บริหารเว็บไซต์ + Powered by KnowledgeVolution
21. Nohup -
22. Netstat - แสดงสถานะของเครือข่ายว่ามีโปรแกรมใดเปิดให้บริการ
23. Od - แสดงเนื้อหาในไฟล์ไบนารี่
24. Pr - คือส่วนหนึ่งของภาษา HTML. คุณสามารถใช้ BBCode ในข้อความที่คุณพิมพ์. และคุณสามารถยกเลิกการใช้ BBCode ในแต่ละข้อความได้ในแบบฟอร์มกรอกข้อความ. BBCode มีรูปแบบคล้ายๆกับภาษา HTM
25. Dr - ของระบบ Unix,Linux (เป็นการตรวจสอบการใช้พื่นที่บนฮาร์ดดิสก์)รูบแบบการใช้งานdf [option] [file]ตัวอย่าง df [Enter]
26. Printf - รับค่าตัวแรกเป็นข้อความที่จัดรูปแบบการแสดงผล และรับรายการของข้อมูลที่ต้องการแสดงผลถัดไป.รูปแบบการแสดงผลจะถูกระบุโดยเครื่องหมาย % ตามด้วยอักษรแสดงรูปแบบ. ในกรณีนี้ %d ระบุว่าเราจะพิมพ์ตัวเลขฐานสิบ
27. Df - ของระบบ Unix,Linux (เป็นการตรวจสอบการใช้พื่นที่บนฮาร์ดดิสก์)รูบแบบการใช้งานdf [option] [file]ตัวอย่าง df [Enter]
28. Printenv - คำสั่งนี้จะแสดงค่าตัวแปลสภาพ แวดล้อม. ตัวอย่าง:. -เซ็ตค่าตัวแปรสภาพแวดล้อม. จะใช้คำสั่ง ‘setenv’
29. Pg - เป็นคำสั่งใช้แสดง content ของไฟล์ ทั้งหมดทีละจอภาพ ถ้าต้องการแสดงหน้า ถัดไป ต้องกด แป้น enter; รูปแบบ. pg filename
30. Quota -
31. rlogin -ใช้เพื่อเปิดการเชื่อมต่อ ด้วย rlogin. rsh. ใช้เพื่อ execute คำสั่งแบบ Remote (การใช้คำสั่งทำงานบน Host อื่นแบบ Remote)
แหล่งที่มา
Linux Command - คำสั่ง linuxlinux training in Thailand. Home Articles Webboard Download FreeTips Resources Training Blog Web Link ...www.itdestination.com/resources/linux-command/
1. At - ตั้งเวลารันกลุ่มคำสั่ง
2. Cpio - ต้องการชื่อเต็ม (full pathname) ดังนั้นถ้าผู้ใช้ทำการอ้างชื่อ ไดเรกทอรีปลายทางแบบ relative
3. Bc - คำสั่งเรียกใช้โปรแกรมคำนวณเลขของระบบ Unix,Linux
4. Basename - เป็นคำสั่งสำหรับสกัดเอาชื่อไฟล์ไฟล์โดยตัดส่วนขยายชื่อไฟล์ (file extension) .gif ออก
5. Last - ใช้แสดงรายชื่อผู้ login เข้ามาล่าสุด
6. Crontab - ตั้งเวลาสั่งงานคอมพิวเตอร์ crontabตั้งเวลารันคำสั่งเป็นรอบเวลาที่กำหนด
7. Db - ลบบรรทัดปัจจุบันทั้งบรรทัด
8. Du - แสดงการเนื้อที่ใช้งาน ของแต่ละ directory โดยละเอียด duเป็นการดูเนื้อที่ว่างบนไดเรคทรอรี่ที่ใช้อยู่
9. Dirname - คือเปลี่ยนทั้งเจ้าของไฟล์และกลุ่มไปพร้อมกันทุกไฟล์ใน Sub dirname
10. Ln - เป็นคำสั่งไว้สร้าง link ไปยังที่ ที่ต้องการ คลายกับ shortcut
11. Env - แสดงค่า environment ปัจจุบัน
12. Eject - เป็นคำสั่งให้นำคำสั่งที่ตามหลังคำสั่งeject ไปขึ้นหน้าใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้แต่ละส่วนของโปรแกรมใหญ่ๆ ขึ้นหน้าใหม่ ส่วนคำสั่ง ejectจะไม่ปรากฏใน Assembly Listing
13. Exec - ที่ใช้ในการแทนค่าตัวแปรแล้วรันคำสั่งแบบพลวัต (dynamicly) บันทึกพฤติกรรมของ exec ไว้
14. Free - แสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ โครงสร้างคำสั่ง free [-b-k-m] โดย option ที่มักใช้กันใน free คือ -b แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย byte -k แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย kilobyte -m แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย megabyteตัวอย่าง free free -b free -k freeเป็นการแสดงสถานะของเมมโมรี่ และเนื้อที่ว่างบนเมมโมรี่ ทั้งกายภาพ ที่ใช้ ใน swap, และบัฟเฟอร์
15. Groups -
16. Hostname - แสดง/กำหนดชื่อโฮสต์ คำสั่งแสดงชื่อเครื่องที่ใช้อยู่
17. Lp -
18. Mount - ของระบบ Unix,Linux*^*(เป็นคำสั่งเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบ)รูบแบบการใช้งาน mount (-t type) DeviceDriver MountPointตัวอย่าง# การ Mount แบบที่1 CdRom mount -t iso9660 /dev/cdrom /mnt/cdromหรือ# mkdir /mnt/cdrom# mount_cd9660 /dev/cd0a /mnt/cdrom#การ Mount CdRomแบบที่2 mount /dev/cdrom (เมื่อmountแล้วCDจะอยู่ที่ /mnt/CdRom ยกเลิกดูคำสั่ง Unmount)
19. Mt - คำสั่งกำหนดและแก้ไขรหัสผ่านของ User ของระบบ Unix,Linux ... คำสั่งกำหนดคำสั่งย่อ ของระบบ Unix,Linux
20. Nice - คำสั่งหรือโปรอกรมเข้าสู่เครื่อง ติดต่อ nice หรือ ติดต่อผู้บริหารเว็บไซต์ + Powered by KnowledgeVolution
21. Nohup -
22. Netstat - แสดงสถานะของเครือข่ายว่ามีโปรแกรมใดเปิดให้บริการ
23. Od - แสดงเนื้อหาในไฟล์ไบนารี่
24. Pr - คือส่วนหนึ่งของภาษา HTML. คุณสามารถใช้ BBCode ในข้อความที่คุณพิมพ์. และคุณสามารถยกเลิกการใช้ BBCode ในแต่ละข้อความได้ในแบบฟอร์มกรอกข้อความ. BBCode มีรูปแบบคล้ายๆกับภาษา HTM
25. Dr - ของระบบ Unix,Linux (เป็นการตรวจสอบการใช้พื่นที่บนฮาร์ดดิสก์)รูบแบบการใช้งานdf [option] [file]ตัวอย่าง df [Enter]
26. Printf - รับค่าตัวแรกเป็นข้อความที่จัดรูปแบบการแสดงผล และรับรายการของข้อมูลที่ต้องการแสดงผลถัดไป.รูปแบบการแสดงผลจะถูกระบุโดยเครื่องหมาย % ตามด้วยอักษรแสดงรูปแบบ. ในกรณีนี้ %d ระบุว่าเราจะพิมพ์ตัวเลขฐานสิบ
27. Df - ของระบบ Unix,Linux (เป็นการตรวจสอบการใช้พื่นที่บนฮาร์ดดิสก์)รูบแบบการใช้งานdf [option] [file]ตัวอย่าง df [Enter]
28. Printenv - คำสั่งนี้จะแสดงค่าตัวแปลสภาพ แวดล้อม. ตัวอย่าง:. -เซ็ตค่าตัวแปรสภาพแวดล้อม. จะใช้คำสั่ง ‘setenv’
29. Pg - เป็นคำสั่งใช้แสดง content ของไฟล์ ทั้งหมดทีละจอภาพ ถ้าต้องการแสดงหน้า ถัดไป ต้องกด แป้น enter; รูปแบบ. pg filename
30. Quota -
31. rlogin -ใช้เพื่อเปิดการเชื่อมต่อ ด้วย rlogin. rsh. ใช้เพื่อ execute คำสั่งแบบ Remote (การใช้คำสั่งทำงานบน Host อื่นแบบ Remote)
แหล่งที่มา
Linux Command - คำสั่ง linuxlinux training in Thailand. Home Articles Webboard Download FreeTips Resources Training Blog Web Link ...www.itdestination.com/resources/linux-command/
คำสั่งเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร (Unix)
คำสั่งเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร
1. Telnet - คำสั่ง telnet : ใช้ติดต่อเข้า server ต่าง ๆ ตาม port ที่ต้องการ แต่ปัจจุบัน server ต่าง ๆ ปิดบริการ telnet แต่เปิด SSH แทน : user interface to the TELNET protocol ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งานtelnet 202.202.202.202 :: ขอติดต่อเข้าเครื่อง 202.202.202.202 การไม่กำหนด port คือเข้า port 23telnet www.school.net.th 21 :: ขอติดต่อผ่าน port 21 ซึ่งเป็น FTP porttelnet mail.loxinfo.co.th 25 :: ตรวจ smtp ว่าตอบสนองกลับมา หรือไม่telnet class.yonok.ac.th 110 :: ทดสอบ pop service ของ windows server 2003 Microsoft Windows POP3 Service Version 1.0 ready.
USER
+OK
PASS xxxxxxx
+OK User successfully logged on
telnet 202.29.78.13 80 :: ให้พิมพ์คำสั่ง GET แม้มองไม่เห็นหลัง
กดปุ่ม enter (ใช้ทดสอบการตอบสนองของ server)
GET /index.html
Connection to host lost.
C:\>
2. Ftp - คำสั่ง ftp ของระบบ Unix,Linux (เป็นโปรแกรมรับ-ส่งไฟล์ )
รูบแบบการใช้งาน ftp (IP or Name of FTP Server)
ตัวอย่าง ftp 132.209.1.2 [Enter]
Login:anonymous , Password: Username@YourDomain.com
คำสั่งที่เกี่ยวข้อง ls - ดูไฟล์ ; pwd -ดูdir. ที่อยู่ ;cd - เปลี่ยน dir ;lcd -
เปลี่ยน local dir ;mput* -ส่งไฟล์ ;mget - รับไฟล์ ;bye - ออก
3. Lynx - : Text browser ที่ใช้งานง่าย ใช้ดู source หรือ download ได้ ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งานlynx www.thaiall.com :: เพื่อเปิดเว็บ www.thaiall.com แบบ text modelynx http://www.yonok.ac.th :: เพื่อเปิดเว็บ www.yonok.ac.th แบบ text modelynx -dump http://www.yonok.ac.th :: เพื่อแสดงผลลัพธ์แบบไม่ interactive คือการ view ผลแล้วหยุดทันทีlynx -dump -width=500 http://piology.org/.procmailrc.htmlgrep '^'cut -c3- :: ตัวอย่างการนำไปใช้
4. Mesg - mesg ดู status การรับการติดต่อของ terminal mesg y เปิดให้ terminal สามารถรับการติดต่อได้ mesg n ปิดไม่ให้ terminal สามารถรับการติดต่อได้
5. Ping - : ตรวจสอบ ip ของเครื่องเป้าหมาย และการเชื่อมต่อ internet
: send ICMP ECHO_REQUEST to network hosts
ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งาน
ping www.thaiall.com :: ตัวสอบการมีอยู่ของ www.thaiall.com และแสดงเลข IP
ของเว็บนี้
ping 202.29.78.100 -c 5 :: แสดงผลการทดสอบเพียง 5 บรรทัด
ping 202.29.78.2 :: ผลดังข้างล่างนี้ แสดงว่าไม่พบเครื่องที่มีเลข ip ดังกล่าว
PING 202.29.78.2 (202.29.78.2) from 202.29.78.12 : 56(84) bytes of data.
From 202.29.78.12 icmp_seq=1 Destination Host Unreachable
From 202.29.78.12 icmp_seq=2 Destination Host Unreachable
From 202.29.78.12 icmp_seq=3 Destination Host Unreachable
6. Write - คำสั่งใช้เพื่อการส่งข้อมูลทางเดียวจากผู้เขียนไปถึงผู้รับบนเครื่องเดียวกันเท่านั้น รูปแบบคำสั่ง write user [tty] เมื่อมีการพิมพ์คำสั่ง write ผู้ใช้จะเห็นข้อความซึ่งจะแสดงว่าข้อความดังกล่าวถูกส่งมาโดยใคร ซึ่งหากผู้รับต้องการตอบกลับ ก็จะต้องใช้คำสั่ง write เช่นกัน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้พิมพ์ตัวอักษร EOF หรือ กด CTRL+C เพื่อเป็นการ interrupt ทั้งนี้ข้อความที่พิมพ์หลังจาก write จะถูกส่งหลังจากการกด Enter เท่านั้น ตัวอย่าง write m2k
แหล่งที่มา
SUT - High Performace Computing Cluster - ชุดคำสั่ง Unix 1
ผมเชื่อว่าทุกคนที่ใช้ unix หรือ linux ต้องเคยใช้คำสั่งนี้มาก่อน ..... user interface to the TELNET protocol ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งาน ...uma.sut.ac.th/cluster/index.php?option=com_content&task=view&id=56&Itemid=164 - 28k
UNIX ที่ควรทราบคำสั่ง
http://www.bsd.org/unixcmds.html. There are MANY commands available for you in a UNIX shell account. A list of them follows (in no ...puffer.sru.ac.th/OpenBSD/command - 65k
1. Telnet - คำสั่ง telnet : ใช้ติดต่อเข้า server ต่าง ๆ ตาม port ที่ต้องการ แต่ปัจจุบัน server ต่าง ๆ ปิดบริการ telnet แต่เปิด SSH แทน : user interface to the TELNET protocol ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งานtelnet 202.202.202.202 :: ขอติดต่อเข้าเครื่อง 202.202.202.202 การไม่กำหนด port คือเข้า port 23telnet www.school.net.th 21 :: ขอติดต่อผ่าน port 21 ซึ่งเป็น FTP porttelnet mail.loxinfo.co.th 25 :: ตรวจ smtp ว่าตอบสนองกลับมา หรือไม่telnet class.yonok.ac.th 110 :: ทดสอบ pop service ของ windows server 2003 Microsoft Windows POP3 Service Version 1.0 ready.
USER
+OK
PASS xxxxxxx
+OK User successfully logged on
telnet 202.29.78.13 80 :: ให้พิมพ์คำสั่ง GET แม้มองไม่เห็นหลัง
กดปุ่ม enter (ใช้ทดสอบการตอบสนองของ server)
GET /index.html
Connection to host lost.
C:\>
2. Ftp - คำสั่ง ftp ของระบบ Unix,Linux (เป็นโปรแกรมรับ-ส่งไฟล์ )
รูบแบบการใช้งาน ftp (IP or Name of FTP Server)
ตัวอย่าง ftp 132.209.1.2 [Enter]
Login:anonymous , Password: Username@YourDomain.com
คำสั่งที่เกี่ยวข้อง ls - ดูไฟล์ ; pwd -ดูdir. ที่อยู่ ;cd - เปลี่ยน dir ;lcd -
เปลี่ยน local dir ;mput* -ส่งไฟล์ ;mget - รับไฟล์ ;bye - ออก
3. Lynx - : Text browser ที่ใช้งานง่าย ใช้ดู source หรือ download ได้ ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งานlynx www.thaiall.com :: เพื่อเปิดเว็บ www.thaiall.com แบบ text modelynx http://www.yonok.ac.th :: เพื่อเปิดเว็บ www.yonok.ac.th แบบ text modelynx -dump http://www.yonok.ac.th :: เพื่อแสดงผลลัพธ์แบบไม่ interactive คือการ view ผลแล้วหยุดทันทีlynx -dump -width=500 http://piology.org/.procmailrc.htmlgrep '^'cut -c3- :: ตัวอย่างการนำไปใช้
4. Mesg - mesg ดู status การรับการติดต่อของ terminal mesg y เปิดให้ terminal สามารถรับการติดต่อได้ mesg n ปิดไม่ให้ terminal สามารถรับการติดต่อได้
5. Ping - : ตรวจสอบ ip ของเครื่องเป้าหมาย และการเชื่อมต่อ internet
: send ICMP ECHO_REQUEST to network hosts
ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งาน
ping www.thaiall.com :: ตัวสอบการมีอยู่ของ www.thaiall.com และแสดงเลข IP
ของเว็บนี้
ping 202.29.78.100 -c 5 :: แสดงผลการทดสอบเพียง 5 บรรทัด
ping 202.29.78.2 :: ผลดังข้างล่างนี้ แสดงว่าไม่พบเครื่องที่มีเลข ip ดังกล่าว
PING 202.29.78.2 (202.29.78.2) from 202.29.78.12 : 56(84) bytes of data.
From 202.29.78.12 icmp_seq=1 Destination Host Unreachable
From 202.29.78.12 icmp_seq=2 Destination Host Unreachable
From 202.29.78.12 icmp_seq=3 Destination Host Unreachable
6. Write - คำสั่งใช้เพื่อการส่งข้อมูลทางเดียวจากผู้เขียนไปถึงผู้รับบนเครื่องเดียวกันเท่านั้น รูปแบบคำสั่ง write user [tty] เมื่อมีการพิมพ์คำสั่ง write ผู้ใช้จะเห็นข้อความซึ่งจะแสดงว่าข้อความดังกล่าวถูกส่งมาโดยใคร ซึ่งหากผู้รับต้องการตอบกลับ ก็จะต้องใช้คำสั่ง write เช่นกัน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้พิมพ์ตัวอักษร EOF หรือ กด CTRL+C เพื่อเป็นการ interrupt ทั้งนี้ข้อความที่พิมพ์หลังจาก write จะถูกส่งหลังจากการกด Enter เท่านั้น ตัวอย่าง write m2k
แหล่งที่มา
SUT - High Performace Computing Cluster - ชุดคำสั่ง Unix 1
ผมเชื่อว่าทุกคนที่ใช้ unix หรือ linux ต้องเคยใช้คำสั่งนี้มาก่อน ..... user interface to the TELNET protocol ตัวอย่างคำสั่ง และการใช้งาน ...uma.sut.ac.th/cluster/index.php?option=com_content&task=view&id=56&Itemid=164 - 28k
UNIX ที่ควรทราบคำสั่ง
http://www.bsd.org/unixcmds.html. There are MANY commands available for you in a UNIX shell account. A list of them follows (in no ...puffer.sru.ac.th/OpenBSD/command - 65k
คำสั่งสำรองข้อมูล (Unix)
คำสั่งสำรองข้อมูล
1. Tar - เป็นคำสั่งเพื่อการ backup และ restore file ทั้งนี้การ tar จะเก็บทั้งโครง สร้าง directory และ file permission ด้วย (เหมาะสำหรับการเคลื่อนย้าย หรือแจกจ่ายโปรแกรมบนระบบ UNIX) มาจากคำว่า tape archive รูปแบบคำสั่ง tar [option]... [file]... โดย option ที่มักใช้กันใน echo คือ -c ทำการสร้างใหม่ (backup) -t แสดงรายชื่อแฟ้มข้อมูลในแฟ้มที่ backup ไว้ -v ตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผล -f ผลลัพธ์ของมาที่ file -x ทำการ restore ตัวอย่าง tar -xvf data.tar
2. Gzip - gzip/gunzip คำสั่งgzip/gunzipของระบบ Unix,Linux (เป็นการบีบอัดไฟล์หรือขยายบีบอัดไฟล์) รูบแบบการใช้งาน gzipหรือgunzip (-cdfhlLnNrtv19 ) [file] ตัวอย่าง #gzip -9vr /home/samba/* บีบอัดไฟล์ข้อมูลทุกไฟล์ ในSub /home/samba จะเปลี่ยนเป็นนามสุกล .gz #gunzip -dvr /home/samba/* คลายการบีบอัดไฟล์ข้อมูลทุกไฟล์ที่สกุล .gz ในSub /home/samba
3. Gunzip - gzip/gunzip คำสั่งgzip/gunzipของระบบ Unix,Linux (เป็นการบีบอัดไฟล์หรือขยายบีบอัดไฟล์) รูบแบบการใช้งาน gzipหรือgunzip (-cdfhlLnNrtv19 ) [file] ตัวอย่าง #gzip -9vr /home/samba/* บีบอัดไฟล์ข้อมูลทุกไฟล์ ในSub /home/samba จะเปลี่ยนเป็นนามสุกล .gz #gunzip -dvr /home/samba/* คลายการบีบอัดไฟล์ข้อมูลทุกไฟล์ที่สกุล .gz ในSub /home/samba
แหล่งข้อมูล
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ. http://www.bsd.org/unixcmds.html. There are MANY commands available for you in a UNIX shell account. A list of them follows (in no ...puffer.sru.ac.th/OpenBSD/command - 65k
1. Tar - เป็นคำสั่งเพื่อการ backup และ restore file ทั้งนี้การ tar จะเก็บทั้งโครง สร้าง directory และ file permission ด้วย (เหมาะสำหรับการเคลื่อนย้าย หรือแจกจ่ายโปรแกรมบนระบบ UNIX) มาจากคำว่า tape archive รูปแบบคำสั่ง tar [option]... [file]... โดย option ที่มักใช้กันใน echo คือ -c ทำการสร้างใหม่ (backup) -t แสดงรายชื่อแฟ้มข้อมูลในแฟ้มที่ backup ไว้ -v ตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผล -f ผลลัพธ์ของมาที่ file -x ทำการ restore ตัวอย่าง tar -xvf data.tar
2. Gzip - gzip/gunzip คำสั่งgzip/gunzipของระบบ Unix,Linux (เป็นการบีบอัดไฟล์หรือขยายบีบอัดไฟล์) รูบแบบการใช้งาน gzipหรือgunzip (-cdfhlLnNrtv19 ) [file] ตัวอย่าง #gzip -9vr /home/samba/* บีบอัดไฟล์ข้อมูลทุกไฟล์ ในSub /home/samba จะเปลี่ยนเป็นนามสุกล .gz #gunzip -dvr /home/samba/* คลายการบีบอัดไฟล์ข้อมูลทุกไฟล์ที่สกุล .gz ในSub /home/samba
3. Gunzip - gzip/gunzip คำสั่งgzip/gunzipของระบบ Unix,Linux (เป็นการบีบอัดไฟล์หรือขยายบีบอัดไฟล์) รูบแบบการใช้งาน gzipหรือgunzip (-cdfhlLnNrtv19 ) [file] ตัวอย่าง #gzip -9vr /home/samba/* บีบอัดไฟล์ข้อมูลทุกไฟล์ ในSub /home/samba จะเปลี่ยนเป็นนามสุกล .gz #gunzip -dvr /home/samba/* คลายการบีบอัดไฟล์ข้อมูลทุกไฟล์ที่สกุล .gz ในSub /home/samba
แหล่งข้อมูล
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ. http://www.bsd.org/unixcmds.html. There are MANY commands available for you in a UNIX shell account. A list of them follows (in no ...puffer.sru.ac.th/OpenBSD/command - 65k
คำสั่งเกี่ยวกับการจัดการโปรเซส (Unix)
คำสั่งเกี่ยวกับการจัดการโปรเซส
1. Ps - การดูสถานะของ Process ต่างบนระบบรูปแบบการใช้งาน ps[option]... โดย option ที่มักใช้กันใน ps คือ -l แสดงผลลัพธ์เป็น Long Format-f แสดงผลลัพธ์เป็น Full Format-a แสดง Proces ทั้งหมดที่มี TTY ตรงกับ TTY ของผู้ใช้งาน-x แสดง Process ทั้งหมด
2. Kill - คำสั่ง kill ของระบบ Unix,Linux (เป็นคำสั่งสำหรับยกเลิก Process) รูบแบบการใช้งาน kill [option] (process ID) ตัวอย่าง ps -A ดูหมายเลขที่ช่อง PIDของProcess ที่ต้องการลบ Kill -9 nnn แทนnnnด้วยหมายเลขPID -9 คือบังคับฆ่าให้ตาย
3. Fg - โดยส่วนมากใช้คำสั่ง fg เพื่อที่นำ การทำงานของ process ที่หยุดลงไปกลับคืนมาทำงานต่อ (ซึ่งก็คือเหมือนคำสั่ง Ctrl-Z ) โดยส่ง signal ให้แก่ process ว่า CONT signal
4. Bg -
5. Jobs - คำสั่ง jobs ของระบบ Unix,Linux (เป็นคำสั่งสำหรับกำหนดควบคุม การรับส่งผ่านข้อมูลของ Firewall) รูบแบบการใช้งาน jobs ตัวอย่าง #sleep 20 & jobs
แหล่งที่มา
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ. http://www.bsd.org/unixcmds.html. There are MANY commands available for you in a UNIX shell account. A list of them follows (in no ...puffer.sru.ac.th/OpenBSD/command - 65k
1. Ps - การดูสถานะของ Process ต่างบนระบบรูปแบบการใช้งาน ps[option]... โดย option ที่มักใช้กันใน ps คือ -l แสดงผลลัพธ์เป็น Long Format-f แสดงผลลัพธ์เป็น Full Format-a แสดง Proces ทั้งหมดที่มี TTY ตรงกับ TTY ของผู้ใช้งาน-x แสดง Process ทั้งหมด
2. Kill - คำสั่ง kill ของระบบ Unix,Linux (เป็นคำสั่งสำหรับยกเลิก Process) รูบแบบการใช้งาน kill [option] (process ID) ตัวอย่าง ps -A ดูหมายเลขที่ช่อง PIDของProcess ที่ต้องการลบ Kill -9 nnn แทนnnnด้วยหมายเลขPID -9 คือบังคับฆ่าให้ตาย
3. Fg - โดยส่วนมากใช้คำสั่ง fg เพื่อที่นำ การทำงานของ process ที่หยุดลงไปกลับคืนมาทำงานต่อ (ซึ่งก็คือเหมือนคำสั่ง Ctrl-Z ) โดยส่ง signal ให้แก่ process ว่า CONT signal
4. Bg -
5. Jobs - คำสั่ง jobs ของระบบ Unix,Linux (เป็นคำสั่งสำหรับกำหนดควบคุม การรับส่งผ่านข้อมูลของ Firewall) รูบแบบการใช้งาน jobs ตัวอย่าง #sleep 20 & jobs
แหล่งที่มา
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ. http://www.bsd.org/unixcmds.html. There are MANY commands available for you in a UNIX shell account. A list of them follows (in no ...puffer.sru.ac.th/OpenBSD/command - 65k
คำสั่งเกี่ยวกับการจัดการไฟล์ (Unix)
คำสั่งเกี่ยวกับการจัดการไฟล์
1. Is - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแสดงแฟ้มข้อมูล (เช่นเดียวกับ dirของDOS) มากจากคำว่า list รูปแบบคำสั่ง ls [option] [file] option ที่มักใช้กันใน ls คือ -l จะแสดงผลลัพธ์แบบ Long Format ซึ่งจะแสดง Permission ของแฟ้มด้วย -a จะแสดงแฟ้มข้อมูลทั้งหมด -F จะแสดง / หลัง Directory และ * หลังแฟ้มข้อมูลที่ execute ได้ ตัวอย่างการใช้งาน ls -l ls -al ls -F
2. Cd - คำสั่งChange Directoryของระบบ Unix,Linux (คล้ายกับคำสั่งCDของDOS) รูบแบบการใช้งาน cd [directory] ตัวอย่าง cd /etc [Enter]ไปDirectory etc cd ..[Enter] ย้ายไปDirectoryอีก1ชั้น
3. Pwd - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแสดง Directory ปัจจุบัน (ในทำนองเดียวกับการพิมพ์ cd บน DOS) มาจากคำว่า print work directory รูปแบบคำสั่ง / ตัวอย่าง pwd
4. File - คำสั่งfileบนระบบ DOS/Windows นั้น ประเภทของแฟ้มข้อมูลจะถูกระบุด้วยนามสกุล แต่ใน UNIX จะไม่มีนามสกุลเพื่อใช้ระบุประเภทของแฟ้มข้อมูล ดังนั้นการหาประเภทของแฟ้มข้อมูลจะดูจาก Context ภายในของแฟ้ม ซึ่งคำสั่ง file จะทำการอ่าน Content และบอกประเภทของแฟ้มข้อมูลนั้นๆ รูปแบบคำสั่ง file [option]... file ตัวอย่าง file /bin/sh file report1.doc
5. Mv - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการย้ายแฟ้มข้อมูลและ Directory รวมถึงการเปลี่ยนชื่อด้วย (ในทำนองเดียวกับ dos) มาจากคำว่า move รูปแบบคำสั่ง mv source target ตัวอย่าง mv *.tar /backup mv test.txt old.txt mv bin oldbin
6. Mkdir - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้าง directory (ในทำนองเดียวกับ dos) มาจากคำว่า make directory รูปแบบของคำสั่งmkdir mkdir [option] [file] โดย option ที่มักใช้กันใน mkdir คือ -m จะทำการกำหนด Permissioin (ให้ดูคำสั่ง chmod เพิ่มเติม) -p จะทำการสร้าง Parent Directory ให้ด้วยกรณีที่ยังไม่มีการระบุ directory ในที่นี้อาจเป็น relative หรือ absolute path ก็ได้ ตัวอย่าง mkdir /home mkdir -p -m755 ~/้home/user1
7. Rm - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับลบแฟ้มข้อมูล (ในทำนองเดียวกับ del) มาจากคำว่า remove รูปแบบการใช้งาน rm [option]... [file]...โดย option ที่มักใช้กันใน rm คือ-r ทำการลบข้อมูลใน directory ย่อยทั่งหมด-i โปรแกรมจะถามยืนยันก่อนทำการลบ-f โปรแกรมจะลบข้อมูลทันที โดยไม่ถามยืนยันก่อนตัวอย่างrm -rf test/rm test.docแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : rm --help และ man rm
8. Rmdir - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการลบ directory (ในทำนองเดียวกับ dos) มาจากคำว่า remove directory รูปแบบการใช้งาน rmdir [option] [file] โดย option ที่มักใช้กันใน mkdir คือ -p จะทำการลบ Child และ Parent Directory ตามลำดับ directory ในที่นี้อาจเป็น relative หรือ absolute path ก็ได้ ตัวอย่าง rmdir /home
9. Chown - คำสั่งChange Ownerของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนเจ้าของไฟล์) รูบแบบการใช้งาน chown [ซื่อเจ้าของไฟล์] (ชื่อFile) ตัวอย่าง chown user1 filename คือเปลี่ยนเจ้าของไฟล์ชื่อ filename เป็นUser1 chown -R user1.root dirname คือเปลี่ยนทั้งเจ้าของไฟล์และกลุ่มไปพร้อมกันทุกไฟล์ใน Sub dirname.
10. Chgrp - คำสั่งChange Groupของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของไฟล์) รูบแบบการใช้งาน chgrp [-chfRv] (Group) (File) ตัวอย่าง chgrp root /root/* เปลี่ยนGroupให้กับไฟล์ทุกไฟล์ในไดเรคทอรี่ /root ให้เป็น Group root
แหล่งที่มา
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ. http://www.bsd.org/unixcmds.html ... rmdir ............. . remove directory (rm -r to delete folders with files) rm ................. ...puffer.sru.ac.th/OpenBSD/command - 65k
1. Is - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแสดงแฟ้มข้อมูล (เช่นเดียวกับ dirของDOS) มากจากคำว่า list รูปแบบคำสั่ง ls [option] [file] option ที่มักใช้กันใน ls คือ -l จะแสดงผลลัพธ์แบบ Long Format ซึ่งจะแสดง Permission ของแฟ้มด้วย -a จะแสดงแฟ้มข้อมูลทั้งหมด -F จะแสดง / หลัง Directory และ * หลังแฟ้มข้อมูลที่ execute ได้ ตัวอย่างการใช้งาน ls -l ls -al ls -F
2. Cd - คำสั่งChange Directoryของระบบ Unix,Linux (คล้ายกับคำสั่งCDของDOS) รูบแบบการใช้งาน cd [directory] ตัวอย่าง cd /etc [Enter]ไปDirectory etc cd ..[Enter] ย้ายไปDirectoryอีก1ชั้น
3. Pwd - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแสดง Directory ปัจจุบัน (ในทำนองเดียวกับการพิมพ์ cd บน DOS) มาจากคำว่า print work directory รูปแบบคำสั่ง / ตัวอย่าง pwd
4. File - คำสั่งfileบนระบบ DOS/Windows นั้น ประเภทของแฟ้มข้อมูลจะถูกระบุด้วยนามสกุล แต่ใน UNIX จะไม่มีนามสกุลเพื่อใช้ระบุประเภทของแฟ้มข้อมูล ดังนั้นการหาประเภทของแฟ้มข้อมูลจะดูจาก Context ภายในของแฟ้ม ซึ่งคำสั่ง file จะทำการอ่าน Content และบอกประเภทของแฟ้มข้อมูลนั้นๆ รูปแบบคำสั่ง file [option]... file ตัวอย่าง file /bin/sh file report1.doc
5. Mv - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการย้ายแฟ้มข้อมูลและ Directory รวมถึงการเปลี่ยนชื่อด้วย (ในทำนองเดียวกับ dos) มาจากคำว่า move รูปแบบคำสั่ง mv source target ตัวอย่าง mv *.tar /backup mv test.txt old.txt mv bin oldbin
6. Mkdir - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการสร้าง directory (ในทำนองเดียวกับ dos) มาจากคำว่า make directory รูปแบบของคำสั่งmkdir mkdir [option] [file] โดย option ที่มักใช้กันใน mkdir คือ -m จะทำการกำหนด Permissioin (ให้ดูคำสั่ง chmod เพิ่มเติม) -p จะทำการสร้าง Parent Directory ให้ด้วยกรณีที่ยังไม่มีการระบุ directory ในที่นี้อาจเป็น relative หรือ absolute path ก็ได้ ตัวอย่าง mkdir /home mkdir -p -m755 ~/้home/user1
7. Rm - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับลบแฟ้มข้อมูล (ในทำนองเดียวกับ del) มาจากคำว่า remove รูปแบบการใช้งาน rm [option]... [file]...โดย option ที่มักใช้กันใน rm คือ-r ทำการลบข้อมูลใน directory ย่อยทั่งหมด-i โปรแกรมจะถามยืนยันก่อนทำการลบ-f โปรแกรมจะลบข้อมูลทันที โดยไม่ถามยืนยันก่อนตัวอย่างrm -rf test/rm test.docแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : rm --help และ man rm
8. Rmdir - เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการลบ directory (ในทำนองเดียวกับ dos) มาจากคำว่า remove directory รูปแบบการใช้งาน rmdir [option] [file] โดย option ที่มักใช้กันใน mkdir คือ -p จะทำการลบ Child และ Parent Directory ตามลำดับ directory ในที่นี้อาจเป็น relative หรือ absolute path ก็ได้ ตัวอย่าง rmdir /home
9. Chown - คำสั่งChange Ownerของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนเจ้าของไฟล์) รูบแบบการใช้งาน chown [ซื่อเจ้าของไฟล์] (ชื่อFile) ตัวอย่าง chown user1 filename คือเปลี่ยนเจ้าของไฟล์ชื่อ filename เป็นUser1 chown -R user1.root dirname คือเปลี่ยนทั้งเจ้าของไฟล์และกลุ่มไปพร้อมกันทุกไฟล์ใน Sub dirname.
10. Chgrp - คำสั่งChange Groupของระบบ Unix,Linux (เป็นการเปลี่ยนกลุ่มเจ้าของไฟล์) รูบแบบการใช้งาน chgrp [-chfRv] (Group) (File) ตัวอย่าง chgrp root /root/* เปลี่ยนGroupให้กับไฟล์ทุกไฟล์ในไดเรคทอรี่ /root ให้เป็น Group root
แหล่งที่มา
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ
คำสั่ง UNIX ที่ควรทราบ. http://www.bsd.org/unixcmds.html ... rmdir ............. . remove directory (rm -r to delete folders with files) rm ................. ...puffer.sru.ac.th/OpenBSD/command - 65k
วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
VMware
Virtual Infrastructure คืออะไร ?
Virtual Infrastructure คือ สิ่งที่เข้ามาประสานงานระหว่างระบบการคำนวณ (computing), อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (storage), ระบบเครือข่าย (network hardware), และ software ที่ใช้งานให้ทำงานอย่างเต็มความสามารถพร้อมๆกันได้หลายๆ applications หรือหลายๆคนโดยผู้ใช้หรือ applications ในโลกของ Virtual Infrastructure จะมีความรู้สึกเสมือนว่าเป็นเจ้าของระบบนั้นแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งหมายความว่าระบบที่ท่านลงทุนจะสามารถถูกนำมาใช้งานได้อย่างเต็ม 100% หรืออีกนัยหนึ่งคือการลงทุน IT ที่ลดลงด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงความยืดหยุ่นของระบบเพื่อให้ธุรกิจสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
VMware คือใคร?
VMware เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือทำให้ mainframe-class virtual machine technology เป็นมาตรฐานในแวดวง IT โดยเริ่มจาก VMware Workstation ในปี 1999 และเข้าสู่ตลาด server ในปี 2001 ด้วยสินค้าที่เรียกว่า VMware GSX Server และ VMware ESX Server ปัจจุบัน VMware มีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 1,400,000 คนใน 5,000 องค์กร
VMware Workstation คืออะไร?
VMware Workstation เป็น software ที่มีความสามารถในการทำ Virtual Machine บน Desktop เพื่อให้ท่านสามารถใช้ O/S หลายๆตัวไม่ว่าจะเป็น Microsoft Windows, Linux, และ Novell Netware บนเครื่องเดียวกันและพร้อมๆกันได้
VMware Workstation นั้นเหมาะสำหรับ
นักพัฒนา Software และผู้ทำการทดสอบ software ซึ่งสามารถทำการทดสอบและ integration ของ multi-tier-application ไม่ว่าจะทำงานบน O/S เดียวกันหรือต่าง O/S กันบนเครื่องๆเดียวกัน และ VMware สามารถที่จะเก็บ environment เริ่มต้นเพื่อนำกลับมาใช้ได้โดยง่าย
ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ legacy application สามารถใช้ VMware Workstation เพื่อให้เครื่อง desktop ของท่านสามารถ run O/S เก่าๆเช่น DOS ในการใช้งาน legacy application ในขณะที่ run O/S ใหม่ๆเพื่อทดสอบความพร้อมในการทำ migration
สำหรับห้อง demo หรือห้องเรียน ด้วยความสามารถในการเก็บ environment เริ่มต้น VMware workstation ท่านประหยัดเวลาในการเตรียมการเรียนการสอนได้เป็นอย่างมาก เพิ่มประสิทธิภาพในการ support ของ help desk หรือ technical service team ด้วยการทำ replication ของ configuration เครื่องที่มีปัญหาเพื่อทำการทดสอบโดยไม่ต้องใช้เครื่องที่ทาง user ต้องใช้งาน
VMware GSX Server คืออะไร?
VMware GSX Server เป็น Enterprise-class virtual machine software สำหรับธุรกิจที่ใช้ระบบอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ถ้าระบบหยุดทำงาน (business critical environment)VMware GSX Server เหมาะสำหรับ
การทำ Server Consolidation
การทำ High Availability
เตรียมและติดตั้ง server อย่างรวดเร็ว
Virtual Infrastructure คือ สิ่งที่เข้ามาประสานงานระหว่างระบบการคำนวณ (computing), อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (storage), ระบบเครือข่าย (network hardware), และ software ที่ใช้งานให้ทำงานอย่างเต็มความสามารถพร้อมๆกันได้หลายๆ applications หรือหลายๆคนโดยผู้ใช้หรือ applications ในโลกของ Virtual Infrastructure จะมีความรู้สึกเสมือนว่าเป็นเจ้าของระบบนั้นแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งหมายความว่าระบบที่ท่านลงทุนจะสามารถถูกนำมาใช้งานได้อย่างเต็ม 100% หรืออีกนัยหนึ่งคือการลงทุน IT ที่ลดลงด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงความยืดหยุ่นของระบบเพื่อให้ธุรกิจสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
VMware คือใคร?
VMware เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือทำให้ mainframe-class virtual machine technology เป็นมาตรฐานในแวดวง IT โดยเริ่มจาก VMware Workstation ในปี 1999 และเข้าสู่ตลาด server ในปี 2001 ด้วยสินค้าที่เรียกว่า VMware GSX Server และ VMware ESX Server ปัจจุบัน VMware มีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 1,400,000 คนใน 5,000 องค์กร
VMware Workstation คืออะไร?
VMware Workstation เป็น software ที่มีความสามารถในการทำ Virtual Machine บน Desktop เพื่อให้ท่านสามารถใช้ O/S หลายๆตัวไม่ว่าจะเป็น Microsoft Windows, Linux, และ Novell Netware บนเครื่องเดียวกันและพร้อมๆกันได้
VMware Workstation นั้นเหมาะสำหรับ
นักพัฒนา Software และผู้ทำการทดสอบ software ซึ่งสามารถทำการทดสอบและ integration ของ multi-tier-application ไม่ว่าจะทำงานบน O/S เดียวกันหรือต่าง O/S กันบนเครื่องๆเดียวกัน และ VMware สามารถที่จะเก็บ environment เริ่มต้นเพื่อนำกลับมาใช้ได้โดยง่าย
ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ legacy application สามารถใช้ VMware Workstation เพื่อให้เครื่อง desktop ของท่านสามารถ run O/S เก่าๆเช่น DOS ในการใช้งาน legacy application ในขณะที่ run O/S ใหม่ๆเพื่อทดสอบความพร้อมในการทำ migration
สำหรับห้อง demo หรือห้องเรียน ด้วยความสามารถในการเก็บ environment เริ่มต้น VMware workstation ท่านประหยัดเวลาในการเตรียมการเรียนการสอนได้เป็นอย่างมาก เพิ่มประสิทธิภาพในการ support ของ help desk หรือ technical service team ด้วยการทำ replication ของ configuration เครื่องที่มีปัญหาเพื่อทำการทดสอบโดยไม่ต้องใช้เครื่องที่ทาง user ต้องใช้งาน
VMware GSX Server คืออะไร?
VMware GSX Server เป็น Enterprise-class virtual machine software สำหรับธุรกิจที่ใช้ระบบอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ถ้าระบบหยุดทำงาน (business critical environment)VMware GSX Server เหมาะสำหรับ
การทำ Server Consolidation
การทำ High Availability
เตรียมและติดตั้ง server อย่างรวดเร็ว
วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ความเป็นมาและประวัติของระบบปฏิบัติการ UNIX และแหล่งเรียนรู้ UNIX
ประวัติของระบบปฏิบัติการ UNIX
ในทศวรรษที่ 60 สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT), AT&T Bell Labs และบริษัท General Electric ได้ร่วมมือกันวิจัยระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า Multics (ย่อมาจาก Multiplexed Information and Computing Service) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำงานบนเครื่องเมนเฟรมรุ่น GE-645 แต่ภายหลัง AT&T ได้ถอนตัวออกจากโครงการนี้ Ken Thompson ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาในขณะนั้น ได้เขียนเกมบนเครื่อง GE-645 ชื่อว่าเกม Space Travel และพบปัญหาว่าเกมทำงานได้ช้ากว่าที่ควร เขาจึงย้ายมาเขียนเกมใหม่บนเครื่อง PDP-7 ของบริษัท DEC แทนด้วยภาษาแอสเซมบลี โดยความช่วยเหลือของ Dennis Ritchie ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ Thompson หันมาพัฒนาระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PDP-7 ระบบปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า UNICS ย่อมาจาก Uniplexed Information and Computing System เนื่องจากว่าการออกเสียงสามารถสะกดได้หลายแบบ และพบปัญหาชื่อใกล้เคียงกับ Multics ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Unix การพัฒนายูนิกซ์ในช่วงนี้ยังไม่ได้รับความสนับสนุนด้านการเงินจาก Bell Labs เมื่อระบบพัฒนามากขึ้น Thompson และ Ritchie จึงสัญญาว่าจะเพิ่มความสามารถในการประมวลผลคำ (Word Processing) บนเครื่อง PDP-11/20 และเริ่มได้รับการตอบรับจาก Bell Labs ในปีค.ศ. 1970 ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จึงได้รับการเรียกชื่ออย่างเป็นทางการ โปรแกรมประมวลผลคำมีชื่อว่า roff และหนังสือ UNIX Programmer’s Manual ตีพิมพ์ครั้งแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1971 ค.ศ. 1973 ได้เขียนยูนิกซ์ขึ้นมาใหม่ด้วยภาษาซี ทำให้สะดวกต่อการนำยูนิกซ์ไปทำงานบนเครื่องชนิดอื่นมากขึ้น ทาง AT&T ได้เผยแพร่ยูนิกซ์ไปยังมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล โดยสัญญาการใช้งานเปิดเผยซอร์สโค้ด ยกเว้นเคอร์เนลส่วนที่เขียนด้วยภาษาแอสเซมบลี
ยูนิกซ์เวอร์ชัน 4,5 และ 6 ออกในค.ศ. 1975 ได้เพิ่มคุณสมบัติ pipe เข้ามา ยูนิกซ์เวอร์ชัน 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่พัฒนาแบบการวิจัย ออกในค.ศ. 1979 ยูนิกซ์เวอร์ชัน 8,9 และ 10 ออกมาในภายหลังในทศวรรษที่ 80 ในวงจำกัดเฉพาะมหาวิทยาลัยบางแห่งเท่านั้น และเป็นต้นกำเนิดของระบบปฏิบัติการ Plan 9 ค.ศ. 1982 AT&T นำยูนิกซ์ 7 มาพัฒนาและออกขายในชื่อ Unix System III แต่บริษัทลูกของ AT&T ชื่อว่า Western Electric ยังคงนำยูนิกซ์รุ่นเก่ามาขายอยู่เช่นกัน เพื่อยุติความสับสนทางด้านชื่อ AT&T จึงรวมการพัฒนาทั้งหมดจากบริษัทและมหาวิทยาลัยต่างๆใน Unix System V ซึ่งมีโปรแกรมอย่าง vi ที่พัฒนาโดย Berkeley Software Distribution (BSD) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ รวมอยู่ด้วย ยูนิกซ์รุ่นนี้สามารถทำงานได้บนเครื่อง VAX ของบริษัท DEC ยูนิกซ์รุ่นที่เป็นการค้าไม่เปิดเผยซอร์สโค้ดอีกต่อไป ทางมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ จึงพัฒนายูนิกซ์ของตัวเองต่อเพื่อเป็นทางเลือกกับ System V การพัฒนาที่สำคัญที่สุดคือเพิ่มการสนับสนุนโปรโตคอลสำหรับเครือข่าย TCP/IP เข้ามา บริษัทอื่นๆ เริ่มพัฒนายูนิกซ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบของตนเอง โดยส่วนมากใช้ยูนิกซ์ที่ซื้อสัญญามาจาก System V แต่บางบริษัทเลือกพัฒนาจาก BSD แทน หนึ่งในทีมพัฒนาของ BSD คือ Bill Joy มีส่วนในการสร้าง SunOS (ปัจจุบันคือ โซลาริส) ของบริษัทซัน ไมโครซิสเต็มส์
ค.ศ. 1981 ทีมพัฒนา BSD ได้ออกจากมหาวิทยาลัยและก่อตั้งบริษัท Berkeley Software Design, Inc (BSDI) เป็นบริษัทแรกที่นำ BSD มาขายในเชิงการค้า ในภายหลังเป็นต้นกำเนิดของระบบปฏิบัติการ FreeBSD, OpenBSD และ NetBSD AT&T ยังคงพัฒนาความสามารถต่างๆ เข้าสู่ยูนิกซ์ System V และรวมเอา Xenix (ยูนิกซ์ของบริษัทไมโครซอฟท์), BSD และ SunOS เข้ามารวมใน System V Release 4 (SVR4) เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวสำหรับลูกค้า ซึ่งเพิ่มราคาขึ้นอีกมาก หลังจากนั้นไม่นาน AT&T ขายสิทธิ์ในการถือครองยูนิกซ์ให้กับบริษัทโนเวลล์ และโนเวลเองได้สร้างยูนิกซ์ของตัวเองที่ชื่อ UnixWare ซึ่งพัฒนามาจากระบบปฏิบัติการ NetWare เพื่อแข่งกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็นทีของไมโครซอฟท์ ค.ศ. 1995 โนเวลขายส่วนต่างๆ ของยูนิกซ์ให้กับบริษัท Santa Cruz Operation (SCO) โดยโนเวลยังถือลิขสิทธิ์ของยูนิกซ์ไว้ ค.ศ. 2000 SCO ขายสิทธิ์ส่วนของตนเองให้กับบริษัท Caldera ซึ่งเปลี่ยนชื่อภายหลังเป็น SCO Group ซึ่งเป็นสาเหตุในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์กับลินุกซ์
แหล่งเรียนรู้ระบบปฏิบัติการ UNI
http://directory.narak.com/website.php?id=8146 ให้ความรู้เกี่ยวกับ ระบบปฎิบัติการ unix สอนวิธีการใช้ โปรแกรม Winroute Pro 4.1
ในทศวรรษที่ 60 สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT), AT&T Bell Labs และบริษัท General Electric ได้ร่วมมือกันวิจัยระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า Multics (ย่อมาจาก Multiplexed Information and Computing Service) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำงานบนเครื่องเมนเฟรมรุ่น GE-645 แต่ภายหลัง AT&T ได้ถอนตัวออกจากโครงการนี้ Ken Thompson ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาในขณะนั้น ได้เขียนเกมบนเครื่อง GE-645 ชื่อว่าเกม Space Travel และพบปัญหาว่าเกมทำงานได้ช้ากว่าที่ควร เขาจึงย้ายมาเขียนเกมใหม่บนเครื่อง PDP-7 ของบริษัท DEC แทนด้วยภาษาแอสเซมบลี โดยความช่วยเหลือของ Dennis Ritchie ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ Thompson หันมาพัฒนาระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PDP-7 ระบบปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า UNICS ย่อมาจาก Uniplexed Information and Computing System เนื่องจากว่าการออกเสียงสามารถสะกดได้หลายแบบ และพบปัญหาชื่อใกล้เคียงกับ Multics ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Unix การพัฒนายูนิกซ์ในช่วงนี้ยังไม่ได้รับความสนับสนุนด้านการเงินจาก Bell Labs เมื่อระบบพัฒนามากขึ้น Thompson และ Ritchie จึงสัญญาว่าจะเพิ่มความสามารถในการประมวลผลคำ (Word Processing) บนเครื่อง PDP-11/20 และเริ่มได้รับการตอบรับจาก Bell Labs ในปีค.ศ. 1970 ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จึงได้รับการเรียกชื่ออย่างเป็นทางการ โปรแกรมประมวลผลคำมีชื่อว่า roff และหนังสือ UNIX Programmer’s Manual ตีพิมพ์ครั้งแรกวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1971 ค.ศ. 1973 ได้เขียนยูนิกซ์ขึ้นมาใหม่ด้วยภาษาซี ทำให้สะดวกต่อการนำยูนิกซ์ไปทำงานบนเครื่องชนิดอื่นมากขึ้น ทาง AT&T ได้เผยแพร่ยูนิกซ์ไปยังมหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล โดยสัญญาการใช้งานเปิดเผยซอร์สโค้ด ยกเว้นเคอร์เนลส่วนที่เขียนด้วยภาษาแอสเซมบลี
ยูนิกซ์เวอร์ชัน 4,5 และ 6 ออกในค.ศ. 1975 ได้เพิ่มคุณสมบัติ pipe เข้ามา ยูนิกซ์เวอร์ชัน 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่พัฒนาแบบการวิจัย ออกในค.ศ. 1979 ยูนิกซ์เวอร์ชัน 8,9 และ 10 ออกมาในภายหลังในทศวรรษที่ 80 ในวงจำกัดเฉพาะมหาวิทยาลัยบางแห่งเท่านั้น และเป็นต้นกำเนิดของระบบปฏิบัติการ Plan 9 ค.ศ. 1982 AT&T นำยูนิกซ์ 7 มาพัฒนาและออกขายในชื่อ Unix System III แต่บริษัทลูกของ AT&T ชื่อว่า Western Electric ยังคงนำยูนิกซ์รุ่นเก่ามาขายอยู่เช่นกัน เพื่อยุติความสับสนทางด้านชื่อ AT&T จึงรวมการพัฒนาทั้งหมดจากบริษัทและมหาวิทยาลัยต่างๆใน Unix System V ซึ่งมีโปรแกรมอย่าง vi ที่พัฒนาโดย Berkeley Software Distribution (BSD) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ รวมอยู่ด้วย ยูนิกซ์รุ่นนี้สามารถทำงานได้บนเครื่อง VAX ของบริษัท DEC ยูนิกซ์รุ่นที่เป็นการค้าไม่เปิดเผยซอร์สโค้ดอีกต่อไป ทางมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ จึงพัฒนายูนิกซ์ของตัวเองต่อเพื่อเป็นทางเลือกกับ System V การพัฒนาที่สำคัญที่สุดคือเพิ่มการสนับสนุนโปรโตคอลสำหรับเครือข่าย TCP/IP เข้ามา บริษัทอื่นๆ เริ่มพัฒนายูนิกซ์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบของตนเอง โดยส่วนมากใช้ยูนิกซ์ที่ซื้อสัญญามาจาก System V แต่บางบริษัทเลือกพัฒนาจาก BSD แทน หนึ่งในทีมพัฒนาของ BSD คือ Bill Joy มีส่วนในการสร้าง SunOS (ปัจจุบันคือ โซลาริส) ของบริษัทซัน ไมโครซิสเต็มส์
ค.ศ. 1981 ทีมพัฒนา BSD ได้ออกจากมหาวิทยาลัยและก่อตั้งบริษัท Berkeley Software Design, Inc (BSDI) เป็นบริษัทแรกที่นำ BSD มาขายในเชิงการค้า ในภายหลังเป็นต้นกำเนิดของระบบปฏิบัติการ FreeBSD, OpenBSD และ NetBSD AT&T ยังคงพัฒนาความสามารถต่างๆ เข้าสู่ยูนิกซ์ System V และรวมเอา Xenix (ยูนิกซ์ของบริษัทไมโครซอฟท์), BSD และ SunOS เข้ามารวมใน System V Release 4 (SVR4) เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวสำหรับลูกค้า ซึ่งเพิ่มราคาขึ้นอีกมาก หลังจากนั้นไม่นาน AT&T ขายสิทธิ์ในการถือครองยูนิกซ์ให้กับบริษัทโนเวลล์ และโนเวลเองได้สร้างยูนิกซ์ของตัวเองที่ชื่อ UnixWare ซึ่งพัฒนามาจากระบบปฏิบัติการ NetWare เพื่อแข่งกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็นทีของไมโครซอฟท์ ค.ศ. 1995 โนเวลขายส่วนต่างๆ ของยูนิกซ์ให้กับบริษัท Santa Cruz Operation (SCO) โดยโนเวลยังถือลิขสิทธิ์ของยูนิกซ์ไว้ ค.ศ. 2000 SCO ขายสิทธิ์ส่วนของตนเองให้กับบริษัท Caldera ซึ่งเปลี่ยนชื่อภายหลังเป็น SCO Group ซึ่งเป็นสาเหตุในการดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์กับลินุกซ์
แหล่งเรียนรู้ระบบปฏิบัติการ UNI
http://directory.narak.com/website.php?id=8146 ให้ความรู้เกี่ยวกับ ระบบปฎิบัติการ unix สอนวิธีการใช้ โปรแกรม Winroute Pro 4.1
วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551
แนะนำตัว
ชื่อ นายประสิทธิ์ ทนทาน
ชื่อเล่น แคน
เพื่อน นายวัชระพงษ์ ชัยสด Tel. 085-4141339
นายสาคร ผมพันธ์ Tel. 087-4496527
นายณัฐพงษ์ ชัยสด Tel. 087-4485508
นายจิระวัฒน์ เกษศิริ
URL blog http://bloggerprasit-can.blogsport.com
E-mail prasit_tontan@hotmail.com
Tel. 085-3120634
ชื่อเล่น แคน
เพื่อน นายวัชระพงษ์ ชัยสด Tel. 085-4141339
นายสาคร ผมพันธ์ Tel. 087-4496527
นายณัฐพงษ์ ชัยสด Tel. 087-4485508
นายจิระวัฒน์ เกษศิริ
URL blog http://bloggerprasit-can.blogsport.com
E-mail prasit_tontan@hotmail.com
Tel. 085-3120634
คำอธิบายรายวิชา และ e-learning
คำอธิบายรายวิชา และ e-learning
รหัสวิชา :4121402 ชื่อวิชาภาษาไทย :ระบบปฏิบัติการ2 ชื่อวิชาภาษาอังกฤษ :Operating Systems 2
คำอธิบายรายวิชา: ศึกษาหน้าที่และการดำเนินงานของระบบปฏิบัติการ เกี่ยวกับจัดการหน่วยความจำ หน่วยประมวลผลกลาง การจัดแฟ้มข้อมูล หน่วยรับและแสดงผลข้อมูลในลักษณะของผู้ใช้คนเดียว งานเดียว และใช้หลายคนหลายงานพร้อมกัน
รวมทั้งการสื่อสารระหว่างขบวนการ(Interprocess Communication : IPC)URL Website
http://elearning.nectec.or.th/ แหล่งความรู้แบบบยกกำลังสองบนโลกยุคไอที
ที่มา: NECTEC สวทช NSTDA
http://e-learning.tu.ac.th/ สถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและการพัฒนา
ที่มา: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
http://www.dekgeng.com/thai/ กลุ่มวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต , กลุ่มวิชาพิเศษ
ที่มา: คุณคณะครูโรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ
http://www.ram.edu/elearning/index.php ศูนย์สื่อการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์
http://www.chulaonline.com เรียนออนไลน์ฟรี
ที่มา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
http://www.itprincess.uni.net.th/adv/advertisingMain.php เรียนออนไลน์ฟรี ! กับ มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย (TCU)
ที่มา: มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย
http://www.vcharkarn.com เวบไซต์เพื่อการศึกษาของคนไทย
ที่มา: วิชาการดอทคอม
http://www3.ipst.ac.th สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท)
ที่มา: สสวท
http://www.mict.go.th/home/home.html กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ที่มา: MICT
http://www.dlf.ac.th/dltv/index.php มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ที่มา: มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLF
รหัสวิชา :4121402 ชื่อวิชาภาษาไทย :ระบบปฏิบัติการ2 ชื่อวิชาภาษาอังกฤษ :Operating Systems 2
คำอธิบายรายวิชา: ศึกษาหน้าที่และการดำเนินงานของระบบปฏิบัติการ เกี่ยวกับจัดการหน่วยความจำ หน่วยประมวลผลกลาง การจัดแฟ้มข้อมูล หน่วยรับและแสดงผลข้อมูลในลักษณะของผู้ใช้คนเดียว งานเดียว และใช้หลายคนหลายงานพร้อมกัน
รวมทั้งการสื่อสารระหว่างขบวนการ(Interprocess Communication : IPC)URL Website
http://elearning.nectec.or.th/ แหล่งความรู้แบบบยกกำลังสองบนโลกยุคไอที
ที่มา: NECTEC สวทช NSTDA
http://e-learning.tu.ac.th/ สถาบันประมวลข้อมูลเพื่อการศึกษาและการพัฒนา
ที่มา: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
http://www.dekgeng.com/thai/ กลุ่มวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต , กลุ่มวิชาพิเศษ
ที่มา: คุณคณะครูโรงเรียนศรีวิทยาปากน้ำ
http://www.ram.edu/elearning/index.php ศูนย์สื่อการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์
http://www.chulaonline.com เรียนออนไลน์ฟรี
ที่มา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
http://www.itprincess.uni.net.th/adv/advertisingMain.php เรียนออนไลน์ฟรี ! กับ มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย (TCU)
ที่มา: มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย
http://www.vcharkarn.com เวบไซต์เพื่อการศึกษาของคนไทย
ที่มา: วิชาการดอทคอม
http://www3.ipst.ac.th สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท)
ที่มา: สสวท
http://www.mict.go.th/home/home.html กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ที่มา: MICT
http://www.dlf.ac.th/dltv/index.php มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ที่มา: มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLF
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
